ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้าน เยียวยากำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเปิดตัว 'บัตรทองฮีโร่' มอบสิทธิรักษาพยาบาลเทียบเท่าข้าราชการ ดูแลครอบครัวทหารกล้าอย่างสมเกียรติ
วันนี้ (12 พ.ค. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยากำลังพลและครอบครัวทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อนุมัติงบกลางกว่า 452 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวสิทธิ “บัตรทองฮีโร่” (UC Heroes) ยกระดับการรักษาพยาบาลเทียบเท่าสิทธิข้าราชการ
1. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพล 3 เหล่าทัพ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 (งบกลาง) รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินรวม 452,350,000 บาท ให้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ
งบประมาณส่วนนี้จะนำไปใช้เพื่อ:
- บรรเทาและเยียวยากำลังพลจำนวน 91 นาย ที่ได้รับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตามการเสนอของกระทรวงกลาโหม
2. เปิดตัว “สิทธิบัตรทองฮีโร่” (UC Heroes) ดูแลครอบครัวผู้เสียสละ
ด้าน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการดูแลครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดทำสิทธิพิเศษที่เรียกว่า “สิทธิบัตรทองฮีโร่” หรือ UC Heroes
รายละเอียดสิทธิประโยชน์:
กลุ่มเป้าหมาย : ครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (เบื้องต้นครอบคลุมทหาร 27 นาย และบุคคลในครอบครัว 40 ราย)
ขอบเขตการรักษา : ได้รับสิทธิรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่มีมาตรฐานและขอบเขต เทียบเท่าสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
ระยะเวลาการรับสิทธิ
- คงอยู่จนกว่าจะได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอื่นตามกฎหมาย
- กรณี บุตร จะได้รับสิทธิต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ
"ผู้เสียสละเพื่อชาติ ไม่ควรถูกจดจำเพียงในวันที่จากไป แต่ครอบครัวของเขาต้องได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ นี่คือการส่งต่อความมั่นคงจากแนวหน้า สู่ความมั่นใจของครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง" — นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา กล่าว
3. งบประมาณและการบริหารจัดการโดย สปสช.
สำหรับการดำเนินงานในส่วนของสิทธิบัตรทองฮีโร่ สปสช. ประมาณการงบประมาณไว้ที่ ปีละ 780,040 บาท โดยมีแผนการเบิกจ่ายดังนี้:
- ปีงบประมาณ 2569 : ขอรับจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินฯ
- ปีงบประมาณถัดไป : เสนอขอรับจัดสรรตามกระบวนการงบประมาณประจำปีตามปกติ
การตัดสินใจในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่มองว่าการดูแลครอบครัวผู้กล้าไม่ใช่เพียงสวัสดิการทั่วไป แต่เป็น "ความรับผิดชอบของรัฐ" ที่ต้องยืนเคียงข้างผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอย่างถึงที่สุด

