วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'พายุฮากูปิต' ไม่เข้าไทย แต่ทำอากาศป่วน เตือนฝนตก-ลมกระโชกแรง

'พายุฮากูปิต' ไม่เข้าไทย แต่ทำอากาศป่วน เตือนฝนตก-ลมกระโชกแรง

"พายุฮากูปิต" อ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน แม้ไม่เข้าไทยแต่ทำอากาศป่วน! เตือน 11-16 พ.ค. รับมือฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรงทั่วประเทศ เฝ้าระวังเอลนีโญทำฝนน้อยน้ำน้อยถึงสิ้นปี

จับตาพายุ "ฮากูปิต" (Hagupit) พายุลูกที่ 5 ของปี อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว ผู้เชี่ยวชาญชี้ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่เตือนสภาพอากาศปั่นป่วนช่วงลมเปลี่ยนทิศ ระวังฝนตกหนักและลมกระโชกแรงทั่วทุกภาค พร้อมเฝ้าระวังภาวะ "เอลนีโญ" ทำฝนน้อยน้ำน้อยยาวถึงสิ้นปี

พายุฮากูปิตสลายตัวในทะเล ไม่กระทบไทยโดยตรง

จากการรายงานสภาพอากาศล่าสุด พายุฮากูปิต (Hagupit) พายุลำดับที่ 5 ของปีนี้ ซึ่งพัดอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 45 กม./ชม. ล่าสุดหน่วยงานตรวจสอบสภาพอากาศฟิลิปปินส์ระบุว่า พายุได้อ่อนกำลังลงเป็น พายุดีเปรสชัน แล้ว

'พายุฮากูปิต' ไม่เข้าไทย แต่ทำอากาศป่วน เตือนฝนตก-ลมกระโชกแรง

นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บมจ.ทีมกรุ๊ป และกรรมการสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า พายุลูกนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยจะเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลและคาดว่าจะสลายตัวไปในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศในประเทศไทยช่วงนี้ยังคงมีความปั่นป่วนเนื่องจากอยู่ในช่วง "ลมเปลี่ยนทิศ"

เตือน 11-16 พฤษภาคม ไทยรับมือฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

แม้พายุจะไม่เข้าไทย แต่การปะทะกันของลมตะวันออก ลมใต้ และหย่อมความร้อน ส่งผลให้เกิดสภาวะอากาศแปรปรวน ดังนี้:

  • ภาคเหนือ : ในวันที่ 10-11 พฤษภาคม จะมีลมกระโชกแรงและฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ทุกภาคของไทย : ช่วงวันที่ 11-16 พฤษภาคม จะมีฝนฟ้าคะนองกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ
  • ข้อควรระวัง : ระวังลมกระโชกแรงที่อาจทำให้ต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณาหรือหลังคาที่ไม่แข็งแรงได้รับความเสียหาย

ภาคใต้อ่วม! เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันพื้นที่เชิงเขา

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ พบหย่อมความร้อนสูงบริเวณทะเลอันดามันใกล้จังหวัดพังงา เมื่อปะทะกับลมใต้ที่พัดพาความชื้นเข้ามา จะส่งผลให้เกิด ฝนตกหนักสะสม (สูงสุดอาจถึง 90 มม.) ในพื้นที่จำกัด

พื้นที่เสี่ยงภัย : ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และตรัง ให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันบริเวณพื้นที่เชิงเขาในช่วงวันที่ 11-15 พฤษภาคมนี้

สัญญาณอันตราย "เอลนีโญ" ยืนยันปีนี้ฝนน้อย-น้ำน้อย 61%

นายชวลิต ยังได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์น้ำในช่วงครึ่งปีหลังว่า ประเทศไทยมีโอกาสสูงถึง 61% ที่จะเผชิญกับสภาวะ ฝนน้อย น้ำน้อย จากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  1. ฝนทิ้งช่วง : จะเริ่มเห็นชัดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม
  2. ระลอกฝนใหม่ : จะกลับมาในช่วงเดือนสิงหาคมถึงธันวาคม แต่อัตราส่วนจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
  3. การเกษตรและปศุสัตว์ : เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด เนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำแม้จะมีมากกว่าปีที่แล้วแต่ต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง

แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนตามปกติในช่วงวันที่ 16-20 พฤษภาคมนี้ แต่คาดการณ์ว่าปริมาณฝนรวมจะต่ำกว่าค่าปกติ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด และช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อรับมือสถานการณ์ฝนน้อยที่จะยาวไปจนถึงต้นปีหน้า