จ่าแหบโผล่มอบตัวปฏิเสธเอี่ยวคดีคลังแสงหนุ่มจีน แฉแผนผังจัดหาอาวุธสงครามและระเบิดสังหาร 10 ลูกผ่านเครือข่ายทหารเรือ พบมีการบวกกำไรส่วนต่างเป็นทอดๆ
วันนี้ (10 พ.ค. 69) จากคดี ชุดทำงานของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เดินหน้าขยายผลคดีการจับกุม นายหมิงเฉิน ซุน อายุ 30 ปี หนุ่มจีน หลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนพกสั้นในรถ ขยายผลจนนำไปเจอคลังแสงอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนภายในบ้านพักพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ร่วมขบวนการค้าอาวุธได้รวม 3 ราย ประกอบด้วย พ.จ.อ.เมธี อายุ 46 ปี สังกัด สห. , นายคเชนทร์ อายุ 47 ปี ครูฝึกสอนยิงปืน และนายจำรอง อายุ 51 ปี พลเรือน ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า รับโอนเงินค่าอาวุธปืนจากผู้ต้องหาชาวจีน ในราคากระบอกละ 100,000 บาท จำนวน 2 กระบอก ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
คุมตัว 2 จ่าทหารเรือสอบปากคำ
ล่าสุด สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้เชิญตัว 2 จ่าทหารเรือ จ.อ.วัชรินทร์ อายุ 43 ปี หรือ “จ่าบอย” ทหารสังกัดกองบินทหารเรือ และ พ.จ.อ.ปฐมพล หรือ “จ่าแหบ” อายุ 55 ปี อดีต สห. หลังถูกซัดทอด เป็นผู้ต้องสงสัยร่วมการค้าอาวุธ เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน
ระหว่างถูกควบคุมตัวเข้าสอบสวน จ่าบอย ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่า จะให้การเฉพาะกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น
ด้าน จ่าแหบ เปิดเผยว่า หลังปรากฏข่าวว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธสงคราม ก็รู้สึกตกใจ จึงตัดสินใจเดินทางเข้าพบตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหา หรือขายอาวุธปืนไรเฟิลให้กับผู้ต้องหาชาวจีนแต่อย่างใด แม้จะรู้จักผู้ต้องสงสัยรายอื่น เพราะเคยทำงานในแวดวงเดียวกัน แต่ไม่เคยรู้จักผู้ต้องหาชาวจีนมาก่อน พร้อมยืนยันว่า หากถูกแจ้งข้อกล่าวหา จะขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ส่อง "ใบสั่งซื้อ" และส่วนต่างกำไร: วงจรค้าอาวุธข้ามชาติ
ชุดสืบสวนพบว่าขบวนการนี้มีการทำงานเป็นระบบ โดยเริ่มจากนายหมิงเฉินรู้จักกับ นายคเชนทร์ (ครูฝึกยิงปืน) และสั่งซื้อปืนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนจะมีการติดต่อกันเป็นทอดๆ เพื่อจัดหาของ ดังนี้:
- ราคาต้นทาง 150,000 บาท
- จากนั้น นายปฐมพงศ์ (จ่าแหบ) บวกเพิ่ม 30,000 บาท แจ้งราคา 180,000 บาท
- นายคเชนทร์ บวกเพิ่มอีก 20,000 บาท แจ้งราคาขายหนุ่มจีนที่ 200,000 บาท
รายการของกลาง "คลังแสงพกพา" ที่ยึดได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงความกังวลเนื่องจากอาวุธที่ยึดได้มีอานุภาพทำลายล้างสูง ประกอบด้วย
- วัตถุระเบิด : ระเบิดสังหาร K75, ระเบิดแบบฝักข้าวโพด และระเบิดสังหารบุคคล รวม 10 ลูก
- ดินระเบิด : ดินระเบิด C4 จำนวน 2 แท่ง (น้ำหนัก 1.1/4 ปอนด์) และแบบกล่อง พร้อมรีโมตจุดชนวน
- อาวุธปืน : ปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก และปืนพกสั้น
- อื่นๆ : เครื่องกระสุนจำนวนมาก และน้ำมันเบนซินสำรอง
ตำรวจแจง "ข่าวปลอม" เรื่องบัตรประชาชนไทย
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 ยืนยันว่า กระแสข่าวที่ระบุว่าผู้ต้องหาชาวจีนรายนี้มีบัตรประชาชนไทยนั้น เป็นข่าวปลอม (Fake News) จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลคนละคนกัน พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน
ด้านประเด็นที่ผู้ต้องหาอ้างว่ามี อาการป่วยทางจิต ผบ.ตร. ได้สั่งการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมประเมินอาการอย่างใกล้ชิด แต่เน้นย้ำว่า "อาการป่วยไม่ใช่เหตุยุติความผิด" เนื่องจากพฤติการณ์มีความร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงและการปลอดภัยของสาธารณะ
ข้อหาหนักที่ถูกแจ้งดำเนินคดี
- ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ (อาวุธสงคราม)
- ครอบครองวัตถุระเบิดและยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
- พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

