วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เปิดสถิติโกงออนไลน์ 4 เดือน ปี 69 ลดฮวบ 34% รีดไถข้อมูลเสียหายหนักสุด

เปิดสถิติโกงออนไลน์ 4 เดือน ปี 69 ลดฮวบ 34% รีดไถข้อมูลเสียหายหนักสุด

ACSC เผยสถิติโกงออนไลน์ 4 เดือนแรกปี 69 ยอดหลอกลงทุนลดฮวบ 34.5% หลังกวาดล้างหนัก แต่เตือนภัยใหม่ "รีดไถข้อมูล" รุนแรงสุด เสียหายเฉลี่ยต่อเคสพุ่งสูงกว่า 2 แสนบาท!

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช (ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.) เผยผลวิเคราะห์สถานการณ์อาชญากรรมไซเบอร์ในช่วง 120 วันแรกของปี 2569 (1 ม.ค. – 30 เม.ย.) พบสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลโกงสแกมเมอร์ที่ประชาชนต้องเฝ้าระวัง

สรุปภาพรวมความเสียหาย 120 วันอันตราย

จากการรับแจ้งความออนไลน์ในช่วงดังกล่าว พบตัวเลขที่น่าตกใจดังนี้:

  • จำนวนคดีทั้งหมด : 121,921 คดี
  • มูลค่าความเสียหายรวม : 7,480 ล้านบาท

เจาะลึก 3 รูปแบบกลโกงยอดฮิต : ปริมาณมาก vs เสียหายหนัก

ทีมวิเคราะห์ ACSC แบ่งประเภทการหลอกลวงออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามพฤติการณ์ของคนร้าย ดังนี้:

1. หลอกขายสินค้าและบริการ (แชมป์จำนวนคดีสูงสุด)

  • จำนวน 85,215 คดี (คิดเป็น 69.9% ของคดีทั้งหมด)
  • ความเสียหายเฉลี่ย 15,727 บาทต่อคดี
  • พฤติการณ์ เน้นการหลอกโอนเงินซื้อของแล้วไม่ส่งสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงปก เป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด

2. หลอกลงทุน/หาผลประโยชน์ (แชมป์มูลค่าความเสียหายสูงสุด)

  • ความเสียหายรวม 5,997.7 ล้านบาท (คิดเป็น 80.2% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด)
  • ความเสียหายเฉลี่ย 166,449 บาทต่อคดี
  • สัญญาณที่ดี จำนวนคดีลดลงเหลือ 6,642 คดี (ลดลงประมาณ 34.5%) สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการปราบปรามและกวาดล้างอย่างหนักของเจ้าหน้าที่

3. การโจมตีทางเทคนิคและ Data Extortion (ภัยคุกคามขั้นสูง)

แม้จะมีจำนวนคดีน้อยที่สุดเพียง 673 คดี (0.55%) แต่กลับมี ความเสียหายเฉลี่ยต่อคดีสูงที่สุดถึง 211,686 บาท

  • รูปแบบใหม่ที่น่ากังวล คนร้ายใช้ทักษะทางเทคนิคเจาะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำการ Data Extortion (การรีดไถข้อมูล) โดยขู่ว่าจะปล่อยฐานข้อมูลสู่สาธารณะหากไม่ยอมจ่ายเงิน

วิธีป้องกันตัวจากสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ศูนย์ ACSC ขอเน้นย้ำข้อควรปฏิบัติ ดังนี้:

  • อย่ากดลิงก์แปลกปลอม : ไม่ว่าจะเป็นลิงก์จาก SMS, อีเมล หรือแอปพลิเคชันแชท
  • ห้ามกรอกข้อมูลส่วนตัว : อย่าให้เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน หรือข้อมูลธนาคารในแพลตฟอร์มที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • เช็กให้ชัวร์ก่อนโอน : หากมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานเอกชน อย่าหลงเชื่อทันที ให้วางสายและติดต่อสอบถามไปยัง "หน่วยงานต้นสังกัด" นั้นๆ โดยตรงผ่านช่องทางทางการ

"ตัดวงจรโกง อย่าโอนไว อย่าเชื่อใจคนในโลกโซเชียล"

หากสงสัยว่าถูกหลอกลวง สามารถติดต่อสอบถามหรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่ช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที