ACSC เผยสถิติโกงออนไลน์ 4 เดือนแรกปี 69 ยอดหลอกลงทุนลดฮวบ 34.5% หลังกวาดล้างหนัก แต่เตือนภัยใหม่ "รีดไถข้อมูล" รุนแรงสุด เสียหายเฉลี่ยต่อเคสพุ่งสูงกว่า 2 แสนบาท!
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช (ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.) เผยผลวิเคราะห์สถานการณ์อาชญากรรมไซเบอร์ในช่วง 120 วันแรกของปี 2569 (1 ม.ค. – 30 เม.ย.) พบสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลโกงสแกมเมอร์ที่ประชาชนต้องเฝ้าระวัง
สรุปภาพรวมความเสียหาย 120 วันอันตราย
จากการรับแจ้งความออนไลน์ในช่วงดังกล่าว พบตัวเลขที่น่าตกใจดังนี้:
- จำนวนคดีทั้งหมด : 121,921 คดี
- มูลค่าความเสียหายรวม : 7,480 ล้านบาท
เจาะลึก 3 รูปแบบกลโกงยอดฮิต : ปริมาณมาก vs เสียหายหนัก
ทีมวิเคราะห์ ACSC แบ่งประเภทการหลอกลวงออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามพฤติการณ์ของคนร้าย ดังนี้:
1. หลอกขายสินค้าและบริการ (แชมป์จำนวนคดีสูงสุด)
- จำนวน 85,215 คดี (คิดเป็น 69.9% ของคดีทั้งหมด)
- ความเสียหายเฉลี่ย 15,727 บาทต่อคดี
- พฤติการณ์ เน้นการหลอกโอนเงินซื้อของแล้วไม่ส่งสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงปก เป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด
2. หลอกลงทุน/หาผลประโยชน์ (แชมป์มูลค่าความเสียหายสูงสุด)
- ความเสียหายรวม 5,997.7 ล้านบาท (คิดเป็น 80.2% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด)
- ความเสียหายเฉลี่ย 166,449 บาทต่อคดี
- สัญญาณที่ดี จำนวนคดีลดลงเหลือ 6,642 คดี (ลดลงประมาณ 34.5%) สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการปราบปรามและกวาดล้างอย่างหนักของเจ้าหน้าที่
3. การโจมตีทางเทคนิคและ Data Extortion (ภัยคุกคามขั้นสูง)
แม้จะมีจำนวนคดีน้อยที่สุดเพียง 673 คดี (0.55%) แต่กลับมี ความเสียหายเฉลี่ยต่อคดีสูงที่สุดถึง 211,686 บาท
- รูปแบบใหม่ที่น่ากังวล คนร้ายใช้ทักษะทางเทคนิคเจาะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำการ Data Extortion (การรีดไถข้อมูล) โดยขู่ว่าจะปล่อยฐานข้อมูลสู่สาธารณะหากไม่ยอมจ่ายเงิน
วิธีป้องกันตัวจากสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ศูนย์ ACSC ขอเน้นย้ำข้อควรปฏิบัติ ดังนี้:
- อย่ากดลิงก์แปลกปลอม : ไม่ว่าจะเป็นลิงก์จาก SMS, อีเมล หรือแอปพลิเคชันแชท
- ห้ามกรอกข้อมูลส่วนตัว : อย่าให้เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน หรือข้อมูลธนาคารในแพลตฟอร์มที่ไม่น่าเชื่อถือ
- เช็กให้ชัวร์ก่อนโอน : หากมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานเอกชน อย่าหลงเชื่อทันที ให้วางสายและติดต่อสอบถามไปยัง "หน่วยงานต้นสังกัด" นั้นๆ โดยตรงผ่านช่องทางทางการ
"ตัดวงจรโกง อย่าโอนไว อย่าเชื่อใจคนในโลกโซเชียล"
หากสงสัยว่าถูกหลอกลวง สามารถติดต่อสอบถามหรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่ช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที

