วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โทน บางแค เปิดใจ ยันไม่คิดหนีหนี้ 180 ล้าน วอนขอความเป็นธรรมให้ครอบครัว

โทน บางแค เปิดใจ ยันไม่คิดหนีหนี้ 180 ล้าน วอนขอความเป็นธรรมให้ครอบครัว

"โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง เปิดใจ ยันไม่คิดหนีหนี้ 180 ล้าน วอนสังคมหยุดตราหน้า ขอที่ยืนทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว

หลายคนจับตามอง สำหรับกรณีของ "โทน บางแค" หรือ นายโทนทอง สุขแก่น เซียนพระชื่อดัง ที่ล่าสุดออกมาเปิดหน้าชี้แจงผ่าน "เนชั่นทีวี"  ถึงปมความขัดแย้งเรื่องหนี้สินมูลค่ามหาศาลกับ "มาดามเก่ง" นักธุรกิจหญิงระดับหลายร้อยล้าน พร้อมเผยเหตุผลที่ต้องลุกขึ้นมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสูง ยืนยันทุกอย่างต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐาน

แจงยิบปมหนี้ 180 ล้าน ยันผ่อนชำระต่อเนื่อง

นายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" ได้ชี้แจงถึงกรณีหนี้สินที่มีการกล่าวถึง โดยเฉพาะยอด 120 ล้านบาทจากการเช่าซื้อตึก ซึ่งรวมดอกเบี้ยแล้วเป็นเงินกว่า 180 ล้านบาท โดยเจ้าตัวระบุว่าที่ผ่านมามีการผ่อนชำระมาโดยตลอด ไม่เคยมีเจตนาจะหลบหนี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการทวงหนี้ที่เปลี่ยนไป

"ผมเปรียบเทียบเหมือนเราผ่อนบ้านมา 2-3 ปี จากสัญญา 25 ปี แต่อยู่ดีๆ ธนาคารบอกให้จ่ายทั้งหมดทันที สังคมลองคิดดูว่ามันควรเป็นแบบนี้ไหม" โทน บางแค กล่าว

ส่วนประเด็นเช็คค้ำประกัน 180 ล้านบาทนั้น เจ้าตัวยืนยันว่ามีกำหนดครบชำระในปี 2573 ซึ่งระหว่างนี้ตนเองพยายามทำงานเก็บเงินเพื่อไปไถ่ถอนทรัพย์สินและพระเครื่องที่เป็นของรักคืนมา
 

เปิดเหตุผล "ชนบิ๊กตำรวจ" ยันทำเพื่อปกป้องสิทธิ์

ในส่วนของการแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสูงนั้น โทน บางแค ยอมรับว่ามีความกังวลใจ แต่ที่ต้องทำเพราะรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมและการถูกกดดันอย่างหนัก

"ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง พ่อค้าพระอย่างผมจะกล้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับท่านทำไม ถ้ากล้าก็คงบ้าแล้ว" คือคำยืนยันที่เจ้าตัวย้ำว่ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วน และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง โดยได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ ก.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรมเรียบร้อยแล้ว

ย้อนวันวาน "พี่น้อง" สู่ "คู่ขัดแย้ง"

เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์กับคู่กรณี โทน บางแค ยอมรับว่าหากย้อนเวลาไปได้ ตนเองยังคงอยากรู้จักคู่กรณีในฐานะพี่น้องเพราะเป็นคนที่น่ารักคนหนึ่ง 

แต่จะขอ "ไม่ทำธุรกิจด้วยเด็ดขาด" เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างเช่นปัจจุบัน พร้อมเผยว่าเพิ่งไปทานข้าวด้วยกันที่ต่างประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่คาดคิดว่าเพียงไม่กี่เดือนต่อมาความสัมพันธ์จะมาถึงจุดนี้
 

วอนสังคมให้โอกาส "ลูก-เมีย" ไม่เกี่ยวข้อง

ทิ้งท้ายด้วยเสียงสะท้อนจากใจถึงผลกระทบต่อครอบครัว โทน บางแค ขอความเห็นใจจากสังคมว่าอย่าเพิ่งรีบตัดสินหรือตราหน้าว่าตนเป็นคนโกง โดยเฉพาะการเข้าไปคอมเมนต์ต่อว่าภรรยาและครอบครัวซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

"วันนี้ผมยังไม่ได้รับข้อกล่าวหาเลย อย่าเพิ่งตัดสินผมได้ไหม ให้โอกาสผมได้ค้าขาย ทำมาหากิน เพื่อหาเงินไปใช้หนี้และดูแลลูกน้องอีกกว่า 30-40 ชีวิตที่ยังต้องเดินหน้าต่อ"

หลังจากนี้ เรื่องราวทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของ "มหากาพย์หนี้สิน" และ "ความขัดแย้ง" ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร โดยเจ้าตัวยืนยันพร้อมสู้ในชั้นศาลเพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีและขอความเป็นธรรมกลับคืนมา

 

อ้างอิง-ภาพ : nationtv อ่านต่อ (คลิก)