"โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง เปิดใจ ยันไม่คิดหนีหนี้ 180 ล้าน วอนสังคมหยุดตราหน้า ขอที่ยืนทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว
หลายคนจับตามอง สำหรับกรณีของ "โทน บางแค" หรือ นายโทนทอง สุขแก่น เซียนพระชื่อดัง ที่ล่าสุดออกมาเปิดหน้าชี้แจงผ่าน "เนชั่นทีวี" ถึงปมความขัดแย้งเรื่องหนี้สินมูลค่ามหาศาลกับ "มาดามเก่ง" นักธุรกิจหญิงระดับหลายร้อยล้าน พร้อมเผยเหตุผลที่ต้องลุกขึ้นมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสูง ยืนยันทุกอย่างต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐาน
แจงยิบปมหนี้ 180 ล้าน ยันผ่อนชำระต่อเนื่อง
นายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" ได้ชี้แจงถึงกรณีหนี้สินที่มีการกล่าวถึง โดยเฉพาะยอด 120 ล้านบาทจากการเช่าซื้อตึก ซึ่งรวมดอกเบี้ยแล้วเป็นเงินกว่า 180 ล้านบาท โดยเจ้าตัวระบุว่าที่ผ่านมามีการผ่อนชำระมาโดยตลอด ไม่เคยมีเจตนาจะหลบหนี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการทวงหนี้ที่เปลี่ยนไป
"ผมเปรียบเทียบเหมือนเราผ่อนบ้านมา 2-3 ปี จากสัญญา 25 ปี แต่อยู่ดีๆ ธนาคารบอกให้จ่ายทั้งหมดทันที สังคมลองคิดดูว่ามันควรเป็นแบบนี้ไหม" โทน บางแค กล่าว
ส่วนประเด็นเช็คค้ำประกัน 180 ล้านบาทนั้น เจ้าตัวยืนยันว่ามีกำหนดครบชำระในปี 2573 ซึ่งระหว่างนี้ตนเองพยายามทำงานเก็บเงินเพื่อไปไถ่ถอนทรัพย์สินและพระเครื่องที่เป็นของรักคืนมา
เปิดเหตุผล "ชนบิ๊กตำรวจ" ยันทำเพื่อปกป้องสิทธิ์
ในส่วนของการแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสูงนั้น โทน บางแค ยอมรับว่ามีความกังวลใจ แต่ที่ต้องทำเพราะรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมและการถูกกดดันอย่างหนัก
"ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง พ่อค้าพระอย่างผมจะกล้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับท่านทำไม ถ้ากล้าก็คงบ้าแล้ว" คือคำยืนยันที่เจ้าตัวย้ำว่ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วน และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง โดยได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ ก.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรมเรียบร้อยแล้ว
ย้อนวันวาน "พี่น้อง" สู่ "คู่ขัดแย้ง"
เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์กับคู่กรณี โทน บางแค ยอมรับว่าหากย้อนเวลาไปได้ ตนเองยังคงอยากรู้จักคู่กรณีในฐานะพี่น้องเพราะเป็นคนที่น่ารักคนหนึ่ง
แต่จะขอ "ไม่ทำธุรกิจด้วยเด็ดขาด" เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างเช่นปัจจุบัน พร้อมเผยว่าเพิ่งไปทานข้าวด้วยกันที่ต่างประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่คาดคิดว่าเพียงไม่กี่เดือนต่อมาความสัมพันธ์จะมาถึงจุดนี้
วอนสังคมให้โอกาส "ลูก-เมีย" ไม่เกี่ยวข้อง
ทิ้งท้ายด้วยเสียงสะท้อนจากใจถึงผลกระทบต่อครอบครัว โทน บางแค ขอความเห็นใจจากสังคมว่าอย่าเพิ่งรีบตัดสินหรือตราหน้าว่าตนเป็นคนโกง โดยเฉพาะการเข้าไปคอมเมนต์ต่อว่าภรรยาและครอบครัวซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
"วันนี้ผมยังไม่ได้รับข้อกล่าวหาเลย อย่าเพิ่งตัดสินผมได้ไหม ให้โอกาสผมได้ค้าขาย ทำมาหากิน เพื่อหาเงินไปใช้หนี้และดูแลลูกน้องอีกกว่า 30-40 ชีวิตที่ยังต้องเดินหน้าต่อ"
หลังจากนี้ เรื่องราวทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของ "มหากาพย์หนี้สิน" และ "ความขัดแย้ง" ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร โดยเจ้าตัวยืนยันพร้อมสู้ในชั้นศาลเพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีและขอความเป็นธรรมกลับคืนมา
อ้างอิง-ภาพ : nationtv อ่านต่อ (คลิก)

