รอง ผบ.ตร. เดินหน้าปราบปราม 'บุหรี่ไฟฟ้า' บุกทลายโกดังย่านประเวศ จับกุมเครือข่ายได้ทั้งขบวนการ ยึดของกลางกว่า 200,000 ชิ้น
วันนี้ (8 พฤษภาคม 2569) พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร.) ติดตามผลการตรวจค้นจับกุมเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ เข้าตรวจค้นโกดังบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ประเวศ ยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์มากกว่า 200,000 ชิ้น และรถยนต์ 3 คัน พร้อมจับกุมผู้ต้องหาหลายราย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมาย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร. ขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าจนมีผลดำเนินการจับกุมการกระทำผิดรายใหญ่อย่างต่อเนื่อง
การตรวจค้นโกดังครั้งนี้เป็นมาตรการต่อเนื่องตามแผนปฏิบัติงานของ ศปบย.ตร. ตามที่ได้หารือกับนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ศปบย.ตร. มอบหมายให้ บช.สอท. (บก.สอท.2) สืบสวนจากผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายย่อยทางออนไลน์ เพื่อขยายผลไปยังผู้จำหน่ายรายใหญ่ จนสามารถสืบสวนพบข้อมูลเครือข่ายขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางไลน์แอด ในชื่อ Heaven จึงได้เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าในครั้งนี้
ของกลางที่ตรวจยึดได้มีบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากกว่า 200,000 ชิ้น พร้อมด้วยกล่องและอุปกรณ์สำหรับบรรจุและจัดส่ง, คอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์สำหรับพิมพ์บิลส่งพัสดุ, ตรวจยึดรถยนต์ 3 คัน เป็นรถตู้ 1 คัน และรถกระบะตู้ทึบ 2 คัน พร้อมป้ายทะเบียนสำหรับสับเปลี่ยนหมายเลขอื่นซุกซ่อนภายในรถ และได้จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย (เป็นคนไทย 2 ราย คนลาว 7 ราย) ซึ่งคนลาวที่จับกุมได้นั้นมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่ใช้ในการขายบุหรี่ไฟฟ้าของเครือข่ายนี้ด้วย
หลังจากนั้นจึงได้สืบสวนขยายผลไปยังตัวการของเครือข่ายกลุ่มนี้ โดยเข้าไปตรวจค้นห้องชุดในคอนโดย่านสุขุมวิท พบผู้ต้องหาชายไทยอีก 1 ราย เป็นเจ้าของร้านบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์เครือข่ายนี้ โดยมีหลักฐานในโทรศัพท์มือถือเป็นแชทบทสนทนาการขายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับลูกค้า ผ่านไลน์แอด Heaven ในห้องชุดยังพบบุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 500 ตัว, กล่องบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าที่เตรียมส่งให้ลูกค้า 10 กล่อง ในกล่องมีบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุประมาณ 100 ตัว
ทั้งนี้ กำชับให้ดำเนินคดีให้ครบถ้วนทุกฐานความผิด ทั้งข้อหาร่วมกันขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าฯ ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 รวมทั้งให้นำมาตรการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาใช้บังคับในคดีนี้ด้วย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศปบย.ตร. จะเปิดปฏิบัติการปราบปรามอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลให้บุหรี่ไฟฟ้าหมดไปจากประเทศ และขอฝากพี่น้องประชาชนว่า ช่วยแจ้งเบาะแสการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะการจำหน่ายออนไลน์ให้ตำรวจทราบโดยให้โทรแจ้งเบาะแสมายังสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และภายในเดือนพฤษภาคมนี้ จะเปิดให้มีการแจ้งเบาะแสผ่านทางแอปพลิเคชัน Police Care ได้อีกช่องทางด้วย

