กรมราชทัณฑ์ระดมกำลังล่าด่วน! นักโทษเรือนจำธัญบุรี สบโอกาสระหว่างฝึกวิชาชีพเผ่นหนี เหลือโทษอีกเพียง 23 วัน
กรณีกรมราชทัณฑ์ ระดมกำลังล่าด่วน! นักโทษ เรือนจำธัญบุรี สบโอกาสระหว่างฝึกวิชาชีพ เผ่นหนี เหลือโทษอีกเพียง 23 วัน
กรมราชทัณฑ์ เร่งติดตามตัว นักโทษหลบหนี ระหว่างออกฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำอำเภอธัญบุรี พบเบาะแสใช้รถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะในการหลบหนี
เปิดไทม์ไลน์การนักโทษหลบหนี
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.47 น. กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานเหตุสะเทือนขวัญ กรณีนักโทษหลบหนีขณะออกไปปฏิบัติภารกิจฝึกทักษะวิชาชีพภายนอกเรือนจำอำเภอธัญบุรี โดยรายละเอียดมีดังนี้:
- ผู้ต้องขังที่หลบหนี: นายเสกสรร รูปทอง อายุ 37 ปี 10 เดือน
- พฤติการณ์: อาศัยช่วงจังหวะระหว่างฝึกวิชาชีพบริเวณด้านหน้าเรือนจำ เดินหลบหนีออกทางด้านหลังของร้านกาแฟเรือนจำ
- พาหนะที่ใช้: หลบหนีไปโดยการขึ้นรถกระบะที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่จอดรอรับอยู่
ประวัติและโทษที่เหลือ
นายเสกสรร เป็นนักโทษในคดี ความผิดต่อร่างกาย ซึ่งได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ออกมาฝึกวิชาชีพภายนอกเนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษต่ำ และได้ถูกคุมขังมาแล้วระยะหนึ่งเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว
โดยข้อเท็จจริงที่น่าตกใจคือ นายเสกสรร เหลือโทษจำคุกอีกเพียง 23 วันเท่านั้น (มีกำหนดพ้นโทษในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569) แต่กลับตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่
ภายหลังเกิดเหตุ กรมราชทัณฑ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด ดังนี้:
- สนธิกำลัง: กรมราชทัณฑ์โดยส่วนปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับเรือนจำอำเภอธัญบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เร่งปูพรมติดตามจับกุมตัวอย่างต่อเนื่อง
- ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง: มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาสาเหตุและข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว
- ยกระดับความเข้มงวด: สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเพิ่มความระมัดระวังและเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
ช่องทางการแจ้งเบาะแส
กรมราชทัณฑ์ ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากใครพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายนายเสกสรร หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับรถกระบะคันที่ใช้หลบหนี โปรดแจ้งข้อมูลได้ที่:
- เรือนจำอำเภอธัญบุรี: โทร. 083 074 1060 หรือ 02 577 2341
- สายด่วนตำรวจ: 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ การให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องขังหลบหนี มีความผิดทางกฎหมาย กรมราชทัณฑ์ยืนยันจะดำเนินการติดตามตัวมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

