วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดินติดจำนองธนาคารดัง แต่โดนหลอก บุกจับสาวแสบ

ร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดินติดจำนองธนาคารดัง แต่โดนหลอก บุกจับสาวแสบ

ตำรวจบุกจับสาวแสบที่หนองแขม กรุงเทพ คดีร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดิน 17 ไร่ ติดจำนองธนาคารดัง แต่ผู้เสียหายโดนหลอก

กรณีตำรวจบุกจับสาวแสบ ที่หนองแขม กรุงเทพ คดีร่วมลงทุน ไถ่ถอนที่ดิน 17 ไร่ ติดจำนองธนาคารดัง ธกส. แต่ผู้เสียหายโดนหลอก 

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.1 บก.ปพ. ได้จับกุม นางสาว อ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ข้อหาฉ้อโกง ฐานหลอกผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดิน 17 ไร่ อ้างว่าจะนำไปขายและแบ่งผลกำไร ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 64 ครั้ง เสียหายกว่า 420,750 บาท  ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ที่บริเวณศูนย์อาหาร กรุงเทพมหานคร 

พฤติการณ์แห่งคดี ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นางสาว อ ภายหลังจากที่ถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดินในพื้นที่ ต.จักราช อ.จักรราช จ.นครราชสีมา โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นที่ดินของครอบครัวจำนวน 17 ไร่ ซึ่งติดจำนองกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์

ผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำที่ดินไปขายและจะแบ่งผลกำไรให้แก่ผู้เสียหาย พร้อมทั้งขอให้ผู้เสียหายช่วยออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินสนับสนุนเป็นระยะ รวม 64 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 420,750 บาท ผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย ของผู้ต้องหา

ต่อมาในช่วงปลายเดือนกันยายน 2566 ผู้ต้องหาอ้างว่าสามารถไถ่ถอนที่ดินได้แล้ว และอยู่ระหว่างรอรับเช็คจากผู้ซื้อที่เป็นชาวต่างชาติ แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถดำเนินการได้ โดยอ้างเหตุขัดข้องต่างๆ และมีการเลื่อนกำหนดหลายครั้ง ก่อนที่จะไม่สามารถขึ้นเงินได้อีก 

พร้อมปฏิเสธการแสดงหลักฐาน และยังคงขอเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียหายจึงเริ่มสงสัยว่าอาจถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอศาลจังหวัดจันทบุรีออกหมายจับผู้ต้องหา แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง อย่างไรก็ตาม ภายหลังพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดี พนักงานอัยการได้พิจารณาสำนวนแล้วมีความเห็นแย้ง และมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาฉ้อโกง พร้อมให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปยังภูมิลำเนาของผู้ต้องหาแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้อาศัยอยู่ตามที่อยู่ดังกล่าวเป็นเวลานาน และไม่ทราบแหล่งที่อยู่ปัจจุบัน จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปแล้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่าตนได้ทำการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อมาร่วมลงทุนจริงเป็นจำนวนหลายครั้ง แต่ไม่ได้นำเงินไปลงทุนตามที่ได้แจ้งไว้

การปฏิบัติภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.วรศักดิ์ บัณฑิต, พ.ต.อ. บุญลือ ผดุงถิ่น, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พ.ต.อ.รัชภูมิ กุสุมาลย์ รอง ผบก.บก ปพ, พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ, พ.ต.ท.เอกพงษ์ ผูกพันธ์, พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ปัญญากาญจน์, พ.ต.ท.ณัฐกฤต กิ่งชัยภูมิ รอง ผกก.1 บก.ปพ. 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ., ร.ต.ต.วิฑูรย์ เกื้อสกุล รอง สว.(ป) กก.1 บก.ปพ., ส.ต.อ.ณัฐพงษ์ สิงห์คำ, ส.ต.อ.คงณัฐ บุญเสงี่ยม, ส.ต.อ.ณัฐพงษ์ แสงถลุงเหล็ก, ส.ต.อ.ธีรนันท์ แหล่งสนาม, ส.ต.ท.ภาณุวัฒน์ อุทัยเลิศ, ส.ต.ท.สหรัฐ อินธิแสน, ส.ต.ท.สุเมธ จันทร์แก้ว ผบ.หมู่ กก.1 บก.ปพ.