วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สทนช. ดันความจุเขื่อนแก่งกระจาน 763 ล้าน ลบ.ม. รับมือน้ำท่วม-แล้ง

สทนช. ดันความจุเขื่อนแก่งกระจาน 763 ล้าน ลบ.ม. รับมือน้ำท่วม-แล้ง

สทนช. อัปเกรดเขื่อนแก่งกระจาน เพิ่มความจุ 763 ล้าน ลบ.ม. พร้อมดันโครงการระบายน้ำหลาก D1 แก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้งเพชรบุรีและประจวบฯ ให้ยั่งยืน

วันนี้ (5 พ.ค. 69) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา พร้อมด้วย นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายเศกสิทธิ์ โพธิ์ชัย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ นายนรเศรษฐ สองทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานความก้าวหน้า

สทนช. ดันความจุเขื่อนแก่งกระจาน 763 ล้าน ลบ.ม. รับมือน้ำท่วม-แล้ง

ในช่วงเช้า คณะได้ลงพื้นที่ ณ เขื่อนแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามงานปรับปรุงการกักเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งเป็นงานติดตั้งบานระบายแบบพับได้บนสันฝายของอาคารระบายน้ำล้นเดิม ความสูง 1 เมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้มากขึ้นอีกประมาณ 53.06 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) ความจุอ่างเก็บน้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 763.06 ล้าน ลบ.ม. ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก 

สทนช. ดันความจุเขื่อนแก่งกระจาน 763 ล้าน ลบ.ม. รับมือน้ำท่วม-แล้ง
 

จากนั้น ได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณประตูระบายน้ำคลองสาย 1 อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยมีองค์ประกอบงานหลักคือการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลาก ความยาวรวม 38.852 กิโลเมตร สามารถระบายน้ำสูงสุด 350 ลบ.ม. 

โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าในด้านการเตรียมความพร้อม อาทิ การศึกษารายละเอียด การออกแบบ และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการรังวัดที่ดินและจัดหาพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการในหลายขั้นตอน แม้ยังมีข้อจำกัดในบางพื้นที่ที่ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนเพิ่มเติม ก่อนเตรียมพร้อมผลักดักเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการ โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี (พ.ศ. 2570–2579)

หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีได้ 33,690 ไร่ และยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรให้กับอำเภอท่ายางและอำเภอชะอำ โดยสามารถกักเก็บน้ำในคลองระบายน้ำหลาก D1 ได้ประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม.

สทนช. ดันความจุเขื่อนแก่งกระจาน 763 ล้าน ลบ.ม. รับมือน้ำท่วม-แล้ง
 

นอกจากนี้ คณะยังได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างในพื้นที่โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง และการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยทราย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำคัญในการสนับสนุนภาคการเกษตรและการพัฒนาในพื้นที่

ต่อมาช่วงบ่าย ได้มีการประชุมติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามแผน

นายชยันต์ ระบุว่า “การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการติดตามและเร่งรัดโครงการสำคัญให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาพรวม โดยเฉพาะโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วม และเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน รองรับทั้งภาคการเกษตร อุปโภคบริโภค และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”

สทนช. ดันความจุเขื่อนแก่งกระจาน 763 ล้าน ลบ.ม. รับมือน้ำท่วม-แล้ง