ครม. ไฟเขียวระเบียบใหม่! ปลดล็อก Big Data สั่งหน่วยงานรัฐเชื่อมข้อมูลดิจิทัลผ่านระบบกลางใน 90 วัน เร่งยกระดับราชการทันใจและรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน
วันนี้ (5 พ.ค. 69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักการ “ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. ....” เพื่อสร้างกลไกการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลและการปฏิรูปกฎหมาย “ราชการทันใจ”
แก้ Pain Point ข้อมูลไม่เชื่อมโยง เร่งสปีดการทำงานภาครัฐ
แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีการนำเทคโนโลยี Big Data มาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่การแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐยังคงประสบปัญหาความล่าช้า ไม่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้งานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลจึงเล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างกลไกบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการจัดการภัยพิบัติที่ต้องการความรวดเร็วแม่นยำ
สาระสำคัญของร่างระเบียบฯ : “เชื่อมโยง ปลอดภัย ทันใจ”
ร่างระเบียบฉบับนี้มุ่งเน้นการจัดตั้งระบบกลางเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
- สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เป็นแกนกลาง : กำหนดให้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ สขญ. จัดทำระบบกลางเพื่อแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล
- เส้นตาย 90 วัน : เมื่อมีการร้องขอข้อมูล หน่วยงานรัฐต้นทางต้องดำเนินการส่งมอบหรือเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน
- เงื่อนไขความมั่นคง : หน่วยงานสามารถปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูลได้ หากข้อมูลนั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- คณะกรรมการเฉพาะกิจ : แต่งตั้ง "คณะกรรมการส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล" เพื่อวางระเบียบและให้คำแนะนำในการบริหารจัดการข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาล
บทเฉพาะกาล : สั่ง 4 กรมหลัก เชื่อมข้อมูลรับมือภัยพิบัติใน 60 วัน
เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ รัฐบาลได้กำหนดให้หน่วยงานที่มีข้อมูลสำคัญด้านสาธารณภัย ได้แก่ กรมชลประทาน, กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมการปกครอง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต้องเชื่อมโยงระบบเข้ากับระบบกลางและนำส่งข้อมูลภายใน 60 วัน นับจากระเบียบมีผลบังคับใช้ (หากไม่พร้อมต้องแจ้งภายใน 15 วัน)
"ร่างระเบียบฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดขั้นตอนทางกฎหมาย ทำให้การบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานเกิดขึ้นได้จริง สนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลให้แม่นยำและทันต่อเหตุการณ์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน" นางสาวรัชดา กล่าวทิ้งท้าย


