คพ. รุกแก้ฝุ่น PM2.5 นำร่องอุบลฯ ยกระดับชุมชนปลอดการเผา สาธิตเปลี่ยนฟางข้าว-เศษวัสดุเกษตรเป็นปุ๋ยหมัก สร้างรายได้ลดจุดความร้อนอย่างยั่งยืน
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เดินหน้าโครงการยกระดับชุมชนปลอดการเผา พื้นที่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ชูโมเดลเปลี่ยน “ตอซัง-ฟางข้าว” เป็นปุ๋ยหมักและเพาะเห็ด สร้างรายได้แทนการสร้างฝุ่นพิษ เร่งขยายผลลดจุดความร้อน (Hotspot) ในภาคอีสาน
สถานการณ์จุดความร้อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิกฤตฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าสถิติจุดความร้อน (Hotspot) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 27 เมษายน 2569 เกิดขึ้นในพื้นที่สำคัญดังนี้:
- พื้นที่ป่า : พบจุดความร้อนสูงสุดร้อยละ 38.6
- พื้นที่นาข้าว : พบจุดความร้อนร้อยละ 30.7
การเผาในที่โล่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างฝุ่น PM2.5 ที่กระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ แต่ยังทำลายจุลินทรีย์ในดินและเป็นตัวการสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ
ปั้น “เขื่องในโมเดล” ชุมชนปลอดการเผายั่งยืน
เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน คพ. โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 (อุบลราชธานี) จึงได้จัดกิจกรรม “การอบรมสาธิตการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการจัดการขยะ เพื่อลดการเผาในระดับพื้นที่” ณ โรงเรียนบ้านไทยวิทยาคม จ.อุบลราชธานี
การอบรมครั้งนี้เน้นการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ โดยมีตัวแทนจากตำบลบ้านไทย (หมู่ 1-12) เข้าร่วมกว่า 200 คน เพื่อเรียนรู้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยวิธี “ปลอดการเผา” ดังนี้:
- การทำปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือใช้ : เพื่อลดการพึ่งพาสารเคมีและปรับปรุงคุณภาพดิน
- การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า : ต่อยอดวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นแหล่งอาหารและรายได้เสริม
- การจัดทำเสวียน : นวัตกรรมชาวบ้านในการรวบรวมใบไม้เพื่อผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพโดยใช้จุลินทรีย์ พด.
- การบริหารจัดการขยะในชุมชน : เพื่อลดการลักลอบเผาขยะในที่โล่ง
"ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเกษตรจังหวัด และสถานีพัฒนาที่ดิน คือกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในระดับพื้นที่ให้สำเร็จ และเราจะใช้โมเดลนี้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป" นายสุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย


