รัฐบาล "อนุทิน" รุกแก้ภัยแล้ง 2569 รับมือเอลนีโญรุนแรง เร่งส่งน้ำช่วยประชาชนแล้ว 2.1 หมื่นครัวเรือน พร้อมแนะเกษตรกรงดนาปรังรอบ 2 ปรับปลูกพืชน้ำน้อยลดความเสี่ยง
วันนี้ (4 พ.ค. 69) รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินเครื่องมาตรการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รับมือสถานการณ์เอลนีโญรุนแรง กำชับกรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทานบูรณาการความช่วยเหลือครอบคลุมทั่วประเทศ เผยช่วยประชาชนแล้วกว่า 43,200 คน พร้อมแนะเกษตรกรงดนาปรังรอบ 2 ปรับปลูกพืชใช้น้ำน้อยลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย
ยกระดับการจัดการน้ำ รับมือวิกฤตเอลนีโญ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร
"รัฐบาลมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในช่วงวิกฤตภัยแล้ง ลดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว" นางสาวลลิดา กล่าว
มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร : งดนาปรังรอบ 2 - ชูพืชใช้น้ำน้อย
จากสภาวะ เอลนีโญ (El Niño) ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น กรมชลประทานได้ออกมาตรการเพื่อป้องกันความเสียหายต่อภาคการเกษตร ดังนี้:
- ขอความร่วมมือเกษตรกร : วางแผนการเพาะปลูกอย่างระมัดระวัง
- งดทำนาปรังรอบที่ 2 : เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้ในกิจกรรมที่จำเป็นและป้องกันผลผลิตเสียหาย
- ปรับเปลี่ยนการปลูกพืช : แนะนำให้ปลูกพืชอายุสั้น พืชทนแล้ง หรือพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน
- การประหยัดน้ำ : รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
สั่งการกรมทรัพยากรน้ำ เร่งแจกจ่ายน้ำทั่วไทย
ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำระดมสรรพกำลังลงพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในระบบประปาหมู่บ้านและน้ำสำรอง โดยมีพื้นที่ดำเนินการครอบคลุมทุกภูมิภาค อาทิ:
- ภาคเหนือ : ลำปาง, พิษณุโลก, นครสวรรค์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : อุดรธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, อุบลราชธานี
- ภาคตะวันออกและใต้ : จันทบุรี, นครศรีธรรมราช, ชุมพร, กระบี่
ผลสรุปความช่วยเหลือในปัจจุบัน:
- จำนวนครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือ : มากกว่า 21,600 ครัวเรือน
- จำนวนประชาชนที่ได้รับประโยชน์ : กว่า 43,200 คน
- ภารกิจสนับสนุน : ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ, แจกจ่ายน้ำสะอาด, และสนับสนุนน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า
รัฐบาล ยืนยันจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและให้ผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งนี้ไปได้อย่างยั่งยืน


