คุรุสภา ลุยดาบสอง 'ลงโทษครู' โรงเรียนฉาว ประพฤติผิดทางเพศ ติดคุกแล้วฟันอาญาเพิ่ม ลั่นมีความผิดทั้งตัวครู รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาที่รับครูเข้ามาปฏิบัติการสอน
กรณีคุรุสภา ลุยดาบสอง 'ลงโทษครู' โรงเรียนฉาว ประพฤติผิดทางเพศ ติดคุกแล้วฟันอาญาเพิ่ม
คุรุสภาเตรียมแจ้งโทษทางอาญาเพิ่มเติม ครูเอกชนลพบุรี ประพฤติผิดทางเพศ ตามที่ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อติดตามมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมชี้แจงความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชน ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน เมื่อช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันผู้กระทำผิดได้รับโทษจำคุก 36 ปี และรับโทษอยู่ในเรือนจำแล้ว นั้น
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาดำเนินการตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้วพบว่า ครูรายดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งตาม พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น (ศึกษานิเทศก์) เป็นวิชาชีพควบคุม และห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภา ตามมาตรา 43 นอกจากนั้น มาตรา 46 กำหนดว่าห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิ หรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามไม่ให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 46 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คุรุสภาจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นสังกัดว่า บุคคลดังกล่าวได้ปฏิบัติการสอนในโรงเรียนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพควบคุมในโรงเรียนหรือไม่
และหากมีการอนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเข้ามาเป็นครูในโรงเรียน ถือว่ามีความผิดทั้งตัวครู รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นผู้รับครูเข้ามาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาด้วย
ซึ่งมีโทษคือจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำและปรับ ซึ่งคุรุสภาจะเข้าดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน เพื่อธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพครู
“คุรุสภาขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบวิชาชีพครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด ให้ช่วยกันกำกับดูแลให้ทุกพื้นที่ในสถานศึกษาเป็นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน อย่าเพิกเฉยต่อการกระทำอันไม่เหมาะสมหากพบว่าบุคคลใดประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพควรแจ้งข้อมูลให้คุรุสภาทราบทันที ซึ่งคุรุสภาพร้อมร่วมมือในการดำเนินการทางจรรยาบรรณขั้นเด็ดขาด รวมทั้งขอให้ช่วยกันตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของครูในสถานศึกษาทุกแห่งให้เป็นไปด้วยความถูกต้องด้วย” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว.


