วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลสั่งลดค่าโดยสาร-งดค่าแรกเข้า ชูระบบรางปลอดภัย ราคาเป็นธรรม

รัฐบาลสั่งลดค่าโดยสาร-งดค่าแรกเข้า ชูระบบรางปลอดภัย ราคาเป็นธรรม

รัฐบาล กางแผนจัดระเบียบระบบราง! สั่งลดค่าโดยสาร-ยกเว้นค่าแรกเข้าเมื่อเปลี่ยนสาย พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยและเร่งขยายรถไฟทั่วไทย มุ่งลดค่าครองชีพประชาชน

วันนี้ (3 พ.ค. 69) รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบระบบรางเต็มสูบ หลัง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ ชูมาตรการเด็ด "ลดค่าครองชีพ-ยกเว้นค่าแรกเข้า-คุมเข้มความปลอดภัย" พร้อมเร่งขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าและรถไฟทางคู่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

ไฮไลท์สำคัญ : การจัดระเบียบระบบรางปี 2569

  • ลดภาระค่าโดยสาร : เตรียมกำหนดเพดานราคาและยกเว้นค่าแรกเข้าเมื่อเปลี่ยนสาย
  • ความปลอดภัยมาตรฐานสูง : ควบคุมมาตรฐานตัวรถ บุคลากร และทำประกันอุบัติเหตุคุ้มครองผู้โดยสาร
  • ขยายโครงข่าย : เร่งรัดรถไฟฟ้าเมืองกรุงและรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ

เดินหน้า พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ใช้บริการ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลัง พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก เพื่อให้การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย และที่สำคัญคือต้อง "เป็นธรรม" ต่อผู้ใช้บริการ

เจาะลึก 3 มิติหลัก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

1. ลดภาระค่าครองชีพ (Affordability)

รัฐบาลเตรียมมาตรการเยียวยากระเป๋าตังค์ประชาชน ดังนี้

  • กำหนดเพดานค่าโดยสาร : ป้องกันการเรียกเก็บค่าบริการที่สูงเกินจริง
  • ยกเว้นค่าแรกเข้า : เมื่อมีการเชื่อมต่อหรือเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
  • สิทธิประโยชน์กลุ่มเปราะบาง : ส่วนลดพิเศษสำหรับเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และทหารผ่านศึก
  • มาตรการชดเชย : ผู้ประกอบการต้องชดเชยกรณีรถไฟล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวเดินรถ

2. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย (Safety First)

สร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยเกณฑ์มาตรฐานใหม่:

  • กำหนดเขตปลอดภัยและตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มงวด
  • ระบบ License : บุคลากรด้านการเดินรถต้องผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ
  • ประกันภัยภาคบังคับ : ผู้ประกอบการต้องจัดทำประกันอุบัติเหตุเพื่อคุ้มครองผู้โดยสารในทุกกรณี

3. ขยายโครงข่ายและเพิ่มประสิทธิภาพบริการ (Connectivity)

  • เร่งรัดโครงการก่อสร้าง : ทั้งรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และรถไฟทางคู่ในภูมิภาค
  • เปิดเสรีการเดินรถ : ดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มการแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนลดลงและบริการมีคุณภาพสูงขึ้น

สรุปทิศทางอนาคตระบบรางไทย

นางสาวลลิดา ย้ำว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมการเดินทางของไทย รัฐบาลมุ่งหวังให้ระบบรางเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคมที่ทุกคนเข้าถึงได้ ลดเวลาบนท้องถนน และเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศอย่างยั่งยืน