รัฐบาล กางแผนจัดระเบียบระบบราง! สั่งลดค่าโดยสาร-ยกเว้นค่าแรกเข้าเมื่อเปลี่ยนสาย พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยและเร่งขยายรถไฟทั่วไทย มุ่งลดค่าครองชีพประชาชน
วันนี้ (3 พ.ค. 69) รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบระบบรางเต็มสูบ หลัง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ ชูมาตรการเด็ด "ลดค่าครองชีพ-ยกเว้นค่าแรกเข้า-คุมเข้มความปลอดภัย" พร้อมเร่งขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าและรถไฟทางคู่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว
ไฮไลท์สำคัญ : การจัดระเบียบระบบรางปี 2569
- ลดภาระค่าโดยสาร : เตรียมกำหนดเพดานราคาและยกเว้นค่าแรกเข้าเมื่อเปลี่ยนสาย
- ความปลอดภัยมาตรฐานสูง : ควบคุมมาตรฐานตัวรถ บุคลากร และทำประกันอุบัติเหตุคุ้มครองผู้โดยสาร
- ขยายโครงข่าย : เร่งรัดรถไฟฟ้าเมืองกรุงและรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ
เดินหน้า พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ใช้บริการ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลัง พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก เพื่อให้การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย และที่สำคัญคือต้อง "เป็นธรรม" ต่อผู้ใช้บริการ
เจาะลึก 3 มิติหลัก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
1. ลดภาระค่าครองชีพ (Affordability)
รัฐบาลเตรียมมาตรการเยียวยากระเป๋าตังค์ประชาชน ดังนี้
- กำหนดเพดานค่าโดยสาร : ป้องกันการเรียกเก็บค่าบริการที่สูงเกินจริง
- ยกเว้นค่าแรกเข้า : เมื่อมีการเชื่อมต่อหรือเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
- สิทธิประโยชน์กลุ่มเปราะบาง : ส่วนลดพิเศษสำหรับเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และทหารผ่านศึก
- มาตรการชดเชย : ผู้ประกอบการต้องชดเชยกรณีรถไฟล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวเดินรถ
2. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย (Safety First)
สร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยเกณฑ์มาตรฐานใหม่:
- กำหนดเขตปลอดภัยและตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มงวด
- ระบบ License : บุคลากรด้านการเดินรถต้องผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ
- ประกันภัยภาคบังคับ : ผู้ประกอบการต้องจัดทำประกันอุบัติเหตุเพื่อคุ้มครองผู้โดยสารในทุกกรณี
3. ขยายโครงข่ายและเพิ่มประสิทธิภาพบริการ (Connectivity)
- เร่งรัดโครงการก่อสร้าง : ทั้งรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และรถไฟทางคู่ในภูมิภาค
- เปิดเสรีการเดินรถ : ดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มการแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนลดลงและบริการมีคุณภาพสูงขึ้น
สรุปทิศทางอนาคตระบบรางไทย
นางสาวลลิดา ย้ำว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมการเดินทางของไทย รัฐบาลมุ่งหวังให้ระบบรางเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคมที่ทุกคนเข้าถึงได้ ลดเวลาบนท้องถนน และเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศอย่างยั่งยืน


