กรมการขนส่งทางบก ปรับลดค่ารถทัวร์หมวด 2-3 ลง 3 สต./กม. มีผล 29 เม.ย. 69 รับอานิสงส์ดีเซลราคาลดลงเหลือ 40.20 บาท ช่วยประชาชนประหยัดค่าเดินทางและลดภาระค่าครองชีพทันที
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคม ประกาศปรับลดอัตราค่าโดยสารรถประจำทางระหว่างจังหวัด (หมวด 2 และหมวด 3) ลง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการเดินทางด้วยรถสาธารณะ
ปรับลดค่าโดยสารสะท้อนต้นทุนน้ำมันดีเซล
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่มีความผันผวนก่อนหน้านี้อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลได้เริ่มปรับตัวลดลง โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 40.20 บาทต่อลิตร ส่งผลให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าขนส่ง (ค่าโดยสาร) มีมติเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ให้ปรับลดอัตราค่าโดยสารลงเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง
รายละเอียดการปรับลดค่าโดยสาร (เริ่ม 29 เม.ย. 2569)
การปรับลดราคาในครั้งนี้ครอบคลุมรถโดยสารประจำทางใน 2 ประเภทหลัก ได้แก่
- รถโดยสารหมวด 2 : เส้นทางกรุงเทพฯ - ต่างจังหวัด
- รถโดยสารหมวด 3 : เส้นทางระหว่างจังหวัด
- อัตราที่ปรับลด : ลดลง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง
- ตัวอย่าง : หากเดินทางระยะทาง 100 กิโลเมตร ค่าโดยสารจะปรับลดลง 3 บาทต่อที่นั่ง
สำหรับสิทธิ์การยกเว้นหรือลดหย่อนค่าโดยสารอื่นๆ ยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมที่ได้รับอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้
ใช้สูตรคำนวณใหม่ที่เป็นธรรมต่อผู้โดยสารและผู้ประกอบการ
นายสรพงศ์ กล่าวเสริมว่า การคำนวณอัตราค่าโดยสารใหม่นี้ใช้สูตรที่พิจารณาจากปัจจัยต้นทุนรอบด้านเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ได้แก่:
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
- ดัชนีค่าพลังงาน (Energy Index)
- ค่าจ้างแรงงาน
สูตรคำนวณนี้ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับขึ้นหรือลงได้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจจริง ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการเดินรถได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประชาชนได้รับบริการในราคาที่เหมาะสม
มุ่งลดภาระค่าครองชีพ เสริมความปลอดภัยในการเดินทาง
มาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน แต่ยังมุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของจราจรและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนน โดยกรมการขนส่งทางบกยืนยันจะเดินหน้ามาตรการอำนวยความสะดวกควบคู่ไปกับการดูแลค่าครองชีพ เพื่อให้ทุกการเดินทางของประชาชนมีความสุขและปลอดภัย


