ใครได้บ้าง? ลงทะเบียน รับเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 2,240 บาท ไม่เกิน 30 ไร่ รัฐจ่ายสูงสุด 67,200 บาทต่อครัวเรือน ธ.ก.ส. โอนตรงเข้าบัญชีเกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้
"กรุงเทพธุรกิจ" อัปเดตเงื่อนไขรับ"เงินเยียวยาเกษตรกรล่าสุด" ใครได้บ้าง? ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 2,240 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ รัฐจ่าย สูงสุด 67,200 บาทต่อครัวเรือน ธ.ก.ส. โอนตรงเข้าบัญชีเกษตรกรไทยทุกคนที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ เช็กเลย หลักเกณฑ์ วิธีลงทะเบียน และช่องทางตรวจสอบสิทธิ์ล่าสุด
กลายเป็นประเด็นที่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกำลังจับตามอง หลังจากที่ “สส.โฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาเปิดเผย
มาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือ "ชาวนาไทย" ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุและภัยธรรมชาติ จนนาข้าวพังเสียหายไม่สามารถฟื้นฟูได้
โดยครั้งนี้รัฐบาลเตรียมจ่ายเงินชดเชย ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 เพื่อเยียวยาให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
เปิดหลักเกณฑ์ 6 ข้อสำคัญ ใครมีสิทธิ์รับเงิน 67,200 บาท?
การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับทันที แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบราชการที่กำหนดไว้ ดังนี้
1. ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร
- เกษตรกรต้องมีการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร ก่อนเกิดภัย
2. เสียหายจริง
- นาข้าวต้องได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิงจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ ตามการสำรวจของเจ้าหน้าที่
3. พื้นที่ต้องอยู่ในเขตประกาศ
- พื้นที่นาต้องอยู่ในเขตประกาศให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
4. อัตราค่าช่วยเหลือ
- นาข้าว ตายหรือเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ จะได้รับเงินช่วยเหลือ อัตราไร่ละ 2,240 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ (คิดเป็นเงินสูงสุด 67,200 บาท)
5. ขั้นตอนการดำเนินการ
- แจ้งความเสียหาย: แจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือเกษตรอำเภอในพื้นที่ทันทีหลังเกิดภัย
- สำรวจความเสียหาย: แจ้งเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจริงภายในระยะเวลาที่กำหนด
6. การจ่ายเงินช่วยเหลือ
- เมื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือระดับอำเภอ/จังหวัดแล้ว ธกส. จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง
วิธีลงทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรปี 2569 รายใหม่-รายเก่า ทำตามนี้
เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในรอบปี 2569 เกษตรกรควรเร่งปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันผ่าน 3 ช่องทางหลัก
- แจ้งที่สำนักงาน: ไปที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก
- ผ่านเว็บไซต์: เข้าไปที่ efarmer.doae.go.th (คลิก) เหมาะสำหรับรายใหม่ที่มีการเพิ่มแปลงใหม่
- ผ่านแอปพลิเคชัน: ใช้แอปฯ FARMBOOK (คลิก) สะดวกที่สุดสำหรับเกษตรกรรายเดิมที่มีแปลงเดิมอยู่แล้ว
เอกสารที่ต้องเตรียม คือ บัตรประชาชนตัวจริง, สำเนาหลักฐานการถือครองที่ดิน (ถ้าเป็นรายใหม่หรือเพิ่มแปลงใหม่ต้องใช้ตัวจริงแสดงด้วย)
เจาะลึกคุณสมบัติ ใครบ้างที่ "ชวดสิทธิ์" และใครคือ "ตัวจริง" ได้เงินช่วยเหลือ?
รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนไว้ชัดเจน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์
บุคคลธรรมดา: ต้องมีสัญชาติไทยและอายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ)
นิติบุคคล: ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการประกอบเกษตรกรรม
กลุ่มพิเศษ: ผู้พิการหรือทุพพลภาพที่ยังทำเกษตรได้ "มีสิทธิ์" ส่วนพระ เณร นักบวช และผู้ถูกคุมขัง "ไม่มีสิทธิ์"
กฎ 1 ครัวเรือน 1 ทะเบียนบ้าน = 1 ครัวเรือนเกษตรเท่านั้น (สามี-ภรรยา ให้ถือเป็นครอบครัวเดียวกันแม้จะแยกทะเบียนบ้าน)
เช็กสิทธิ์ด่วน! ตรวจสอบสถานะเกษตรกรออนไลน์
หากไม่แน่ใจว่าตนเองยังมีสถานะเป็นเกษตรกร หรือการปรับปรุงข้อมูลสำเร็จหรือไม่ สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการเกษตรโดยตรง farmer.doae.go.th (คลิก)
อ้างอิง-ภาพ : สส โฮม ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์


