วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

ตร. รุกหนัก ลุยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ เตือน 3 กลโกงยอดฮิต อย่าหลงเชื่อ

ตร. รุกหนัก ลุยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ เตือน 3 กลโกงยอดฮิต อย่าหลงเชื่อ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุกหนัก! ลุยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ 'ทลายเครือข่ายบัญชีม้า-ปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ' พบแนวโน้มคดี-มูลค่าความเสียหายโดยรวมลดลง พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ '3 กลโกงยอดฮิต'

วันนี้ (25 เมษายน 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศปอส.ตร. ซึ่งมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เดินหน้าขับเคลื่อนการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฉ้อโกงออนไลน์ สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลให้กับประชาชน

 

จากการที่ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติอย่างจริงจัง ในการขับเคลื่อนตรวจสอบการถอนเงินหน้าเคาน์เตอร์ และเอทีเอ็ม ส่งไปให้หน่วยปฏิบัติทำการสืบสวน มีผลการปฏิบัติเชิงรุก ดังนี้

  • ออกหมายจับ และมีการจับกุมม้าถอนเงิน คอกม้า (กลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า)
  • ขยายผลไปยังเครือข่ายจำนวนมาก

ทำให้แนวโน้มอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีจำนวนเคสและมูลค่าความเสียหายลดลง

อย่างไรก็ตามพบว่า คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ แจ้งความมากที่สุด 73.5% ของคดีทั้งหมด และคดีหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุนเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงสุด 31.8% ของคดีทั้งหมด

นอกจากการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่หลอกลวงคนไทยแล้ว ศปอส.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยยกระดับดำเนินการเชิงรุกในการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ที่มาลักลอบรวมตัวในประเทศไทยในการหลอกลวงประเทศอื่นด้วย ต้องไม่ปล่อยให้กลุ่มอาชญากรกลุ่มนี้มาสร้างความเสื่อมเสียภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการปราบปรามจับกุมการพนันออนไลน์ โดยเฉพาะที่มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 10 ล้านบาท และการจำหน่าย การโฆษณาอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์

 

ทั้งนี้ ศปอส.ตร. ขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ใน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ 

1. หลอกขายสินค้าและบริการ : มิจฉาชีพมักเปิดเพจปลอม หรือใช้โปรไฟล์ปลอม เสนอขายสินค้าราคาถูกเกินจริง และเมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะไม่ยอมส่งสินค้า

2. หลอกลงทุนอ้างผลตอบแทนสูง : มิจฉาชีพมักใช้โปรไฟล์ปลอม หรือนำเทคโนโลยี AI มาสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือเพื่อหลอกให้ร่วมลงทุน

3. หลอกทำงานเสริมออนไลน์ : มิจฉาชีพมักอ้างว่ามีรายได้ง่าย ๆ จากการกดไลก์ หรือรีวิวสินค้า โดยหลอกให้เหยื่อโอนเงินไปก่อนเพื่อทำภารกิจ ห้ามหลงเชื่อรายได้ที่ดูเกินจริง และห้ามให้ข้อมูลสำคัญส่วนตัวเด็ดขาด