วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

มหาดไทย สั่งเข้ม 5 มาตรการ รับมือศึกเมียนมาประชิด 4 จังหวัดเหนือ

มหาดไทย สั่งเข้ม 5 มาตรการ รับมือศึกเมียนมาประชิด 4 จังหวัดเหนือ

มหาดไทย สั่งด่วน! ยกระดับ 5 มาตรการเข้ม 4 จังหวัดเหนือ รับมือสู้รบเมียนมาประชิดชายแดน หวั่นกระสุนตกกระทบไทย กางแผนอพยพ-ศูนย์พักพิงพร้อมรับมือฉุกเฉิน

กระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าฯ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย ยกระดับความปลอดภัย 5 ด้าน รับมือสถานการณ์สู้รบในเมียนมาที่ทวีความรุนแรง หวั่นกระทบความปลอดภัยประชาชนชายแดนไทย

วันนี้ (21 เม.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์การสู้รบภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่า ในปัจจุบันมีแนวโน้มรุนแรงและขยายตัวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณรัฐกะเหรี่ยงและรัฐคะยา ซึ่งอยู่ตรงข้ามแนวชายแดนไทย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และมีผู้หนีภัยเข้ามาใกล้เขตไทยอย่างต่อเนื่อง

เฝ้าระวังผลกระทบ กระสุนตก-รุกล้ำอธิปไตย

จากการปะทะที่ใช้ทั้งกำลังทางทหาร อากาศยาน และอาวุธวิถีโค้งโจมตีเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่ามีความเสี่ยงสูงที่กระสุนหรืออาวุธจะตกเข้ามาในเขตไทย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา

ยกระดับ 5 มาตรการเข้มข้น ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ

เพื่อเป็นการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ตาก, แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่ และเชียงราย ให้ดำเนินการยกระดับความเข้มข้นใน 5 ด้านหลัก ดังนี้:

1. บูรณาการความมั่นคง : ประสานฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน เฝ้าระวังช่องทางธรรมชาติ และซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีสถานการณ์ลุกลามเข้าเขตไทย

2. เตรียมแผนอพยพประชาชน : แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้หลีกเลี่ยงแนวชายแดน พร้อมกำหนดจุดปลอดภัยและศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมใช้งานทันที

 

3. คุ้มครองสถานที่สำคัญ : เพิ่มความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยในชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ

4. จัดการข้อมูลและข่าวสาร : สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกและสกัดกั้นข่าวปลอม (Fake News)

5. สกัดกั้นการทำผิดกฎหมาย : เพิ่มความเข้มข้นตรวจตราการข้ามแดนผิดกฎหมาย และเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าผิดกฎหมายทุกประเภท

"กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นอันดับแรก โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มกำลัง" นายอรรษิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย