วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

ครม. ไฟเขียว 'ปฏิญญาบากู' หนุนบทบาทสตรี-เยาวชน-กลุ่มเปราะบาง

ครม. ไฟเขียว 'ปฏิญญาบากู' หนุนบทบาทสตรี-เยาวชน-กลุ่มเปราะบาง

ครม. เห็นชอบร่าง "ปฏิญญาบากู" ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเอเชีย-แปซิฟิก เน้นสร้างงานด้านดิจิทัล หนุนสตรี-กลุ่มเปราะบาง พร้อมรับรองที่ประชุม ESCAP 24 เม.ย. นี้

วันนี้ (21 เม.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง “ปฏิญญาบากูว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนามนุษย์เพื่อขับเคลื่อนสังคมสำหรับทุกช่วงวัยในเอเชียและแปซิฟิก” ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

ทั้งนี้ ครม.มอบหมายให้หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรี (นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้แทน เข้าร่วมรับรองร่างปฏิญญาดังกล่าว ในการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) สมัยที่ 82 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–24 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร โดยจะมีการรับรองร่างปฏิญญาในวันที่ 24 เมษายน 2569
 

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ร่างปฏิญญาบากูมีสาระสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนามนุษย์อย่างครอบคลุมในทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเน้นการสร้างโอกาสการจ้างงานที่มีคุณค่า การพัฒนาทักษะแรงงาน โดยเฉพาะด้านดิจิทัลและนวัตกรรม การส่งเสริมบทบาทสตรีและเยาวชน การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ รวมถึงการขยายโอกาสให้กลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการ สามารถเข้าถึงการจ้างงานและการประกอบอาชีพได้อย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขแบบบูรณาการที่เข้าถึงได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี

“การเข้าร่วมรับรองปฏิญญาครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ และสร้างสังคมที่ครอบคลุมสำหรับทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งว่า ร่างปฏิญญาดังกล่าวไม่เป็นสนธิสัญญาที่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ โดยหากมีความจำเป็นต้องปรับแก้ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง