วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

กรมการปกครอง สั่งด่วน 4 จังหวัดชายแดน รับมือสู้รบเมียนมา คุมเข้ม 24 ชม.

กรมการปกครอง สั่งด่วน 4 จังหวัดชายแดน รับมือสู้รบเมียนมา คุมเข้ม 24 ชม.

กรมการปกครอง สั่งด่วน 4 จังหวัดชายแดน รับมือผลกระทบสู้รบเมียนมา กำชับนายอำเภอสนธิกำลังตรวจเข้ม 24 ชม. พร้อมวางแผนเร่งเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนทันที

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งด่วนที่สุด กำชับนายอำเภอและฝ่ายปกครองใน 4 จังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา (แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย และตาก) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เฝ้าระวังสถานการณ์สู้รบ พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบตลอด 24 ชั่วโมง

คุมเข้ม 4 จังหวัดชายแดน รับมือสถานการณ์สู้รบเมียนมา

จากสถานการณ์ความไม่สงบในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาที่มีการสู้รบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่แนวชายแดนไทย ล่าสุด กรมการปกครอง ได้สั่งการเน้นย้ำให้นายอำเภอบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และตาก ดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วน 3 ด้านหลัก ดังนี้:

1. ยกระดับการลาดตระเวนและคัดกรองบุคคล

สั่งการให้จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็วตามเส้นทางยุทธศาสตร์:

  • เฝ้าระวังช่องทางธรรมชาติ : ตรวจสอบเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้าน และจุดผ่านแดนที่อาจมีการลักลอบเข้าเมือง
  • สแกนบุคคลแปลกหน้า : ตรวจสอบกลุ่มบุคคลหรือต่างด้าวที่อาจลี้ภัยจากการสู้รบ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายที่เป็นภัยต่อสังคม
  • รายงานสถานการณ์เรียลไทม์ : ให้รายงานข้อมูลต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และประสานตำรวจในพื้นที่ทันทีเพื่อประเมินสถานการณ์

2. เร่งเยียวยาความเสียหายด้านทรัพย์สิน

กรณีสถานการณ์สู้รบส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน:

  • ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สินทันที
  • ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นตามระเบียบราชการ
  • ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาในระยะยาว

3. ดูแลชีวิตและสุขภาพอนามัยขั้นสูงสุด

ในกรณีที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบต่อชีวิต:

  • บูรณาการด้านสาธารณสุข : ร่วมกับ รพ.สต. และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุโดยเร็ว
  • ส่งต่อผู้ป่วย : ประสานงานส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลประจำอำเภอหรือสถานพยาบาลที่มีศักยภาพอย่างเป็นระบบ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อรักษาความสงบสุขและความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนไทยในพื้นที่ชายแดน หากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ได้ทันที