อากาศร้อนจัดพุ่งสูงกว่า 40°C ปภ. เตือนระวังฮีทสโตรกอันตรายถึงชีวิต! เช็ก 6 สัญญาณเตือนสำคัญ พร้อมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการดูแลกลุ่มเสี่ยงให้ปลอดภัยจากโรคลมแดด
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน สภาพอากาศในประเทศไทยมักจะมีอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังภาวะ "ฮีทสโตรก" (Heatstroke) หรือโรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินไปจนอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
อุณหภูมิเท่าไหร่ถึงเสี่ยง "ฮีทสโตรก"?
ความน่ากลัวของฮีทสโตรกจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อ อุณหภูมิอากาศพุ่งสูงกว่า 40°C ขึ้นไป หรือเมื่อ ดัชนีความร้อน (Heat Index) หรืออุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริง อยู่ในระดับอันตรายที่ประมาณ 42°C - 52°C ซึ่งเป็นระดับที่ร่างกายเริ่มระบายความร้อนไม่ทัน
3 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ปภ. เน้นย้ำให้ดูแลใกล้ชิดสำหรับกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ดังนี้:
- เด็กเล็ก : เนื่องจากระบบการระบายความร้อนในร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มที่และช้ากว่าผู้ใหญ่
- ผู้สูงอายุ : มักมีโรคประจำตัวและการปรับตัวของร่างกายต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงลดลง
- คนทำงานกลางแจ้ง : กลุ่มที่ต้องสัมผัสแสงแดดจัดและความร้อนสะสมเป็นเวลานาน เช่น แรงงานก่อสร้าง หรือเกษตรกร
เช็กด่วน! 6 สัญญาณเตือนอาการฮีทสโตรก
หากพบเห็นผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ ให้สันนิษฐานว่าอาจเกิดภาวะฮีทสโตรก:
- อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40°C
- ผิวหนังแห้ง ร้อน หรือมีสีแดงผิดปกติ
- มีอาการสับสน มึนงง หรือพูดจาไม่รู้เรื่อง
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
- คลื่นไส้ หรืออาเจียน
- หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อพบผู้ป่วยโรคลมแดด
หากพบผู้ป่วยที่มีอาการฮีทสโตรก ควรเร่งให้การช่วยเหลือตามขั้นตอนดังนี้:
- ย้ายเข้าที่ร่ม : รีบนำผู้ป่วยเข้าในห้องแอร์ หรือจุดที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกทันที
- ลดอุณหภูมิร่างกาย : ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวตามข้อพับ ซอกคอ และร่างกายเพื่อระบายความร้อน
- ให้จิบน้ำเย็น : ในกรณีที่ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ให้ค่อยๆ จิบน้ำเย็นทีละน้อย (ห้ามกรอกน้ำหากหมดสติ)
- โทรแจ้ง 1669 : หากผู้ป่วยหมดสติ ให้รีบโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉินทันที
ข้อแนะนำการดูแลตนเอง
เพื่อป้องกันอันตรายจากอากาศร้อนจัด ควร ดื่มน้ำบ่อยๆ โดยไม่ต้องรอให้กระหาย หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่แดดจัด และสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน : สายด่วนนิรภัย 1784 หรือ สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669





