"พิพัฒน์" กางโรดแมปคมนาคมปี 69 เน้น "ซ่อมมากกว่าสร้าง" ประหยัดงบ ยกระดับความปลอดภัย พร้อมดัน Green Transport และ 39 โครงการ Quick Win กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน
วันนี้ (20 เม.ย. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำทีมรัฐมนตรีช่วยฯ มอบนโยบายปี 2569 เน้นย้ำความคุ้มค่างบประมาณตามข้อสั่งการนายกฯ "อนุทิน" ปรับกลยุทธ์เน้นซ่อมบำรุงโครงข่ายเดิม เดินหน้าพลังงานสะอาด และดึงเอกชนร่วมลงทุน (PPP) เพื่อลดภาระหนี้สาธารณะ
ปรับทิศทางงบประมาณ : เน้นความคุ้มค่าและลดรายจ่าย
นายพิพัฒน์ เปิดเผยถึงทิศทางการทำงานที่สอดรับกับนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยให้ความสำคัญกับ "ความคุ้มค่าและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น" ซึ่งมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ:
- Maintenance First : เน้นการซ่อมบำรุงเส้นทางเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แทนการทุ่มงบประมาณก่อสร้างใหม่
- Cost Reduction : ตัดลดงบประมาณการก่อสร้างอาคารที่ไม่จำเป็น
- Energy Saving : ติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานรัฐ และเร่งผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
แบ่งงาน 3 รมช. คุมเข้ม บก-น้ำ-ราง-อากาศ ครอบคลุมทั่วไทย
เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเข้าถึงประชาชนทุกภูมิภาค จึงได้มีการแบ่งงานการกำกับดูแล ดังนี้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางบก ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท ขนส่ง จำกัด และด้านคมนาคมทางราง ได้แก่ กรมการขนส่งทางราง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) และกำกับดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางอากาศ ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด สถาบันการบินพลเรือน บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และกำกับดูแลพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ
นายสรรเพชญ บุญญามณี กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางน้ำ ได้แก่ กรมเจ้าท่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด และกำกับดูแลพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด
กาง 4 นโยบายหลัก "คมนาคมเพื่อประชาชนและเศรษฐกิจ"
กระทรวงคมนาคมวาง "เข็มทิศ" การทำงานผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย:
1.ลดภาระค่าใช้จ่าย & ความปลอดภัย : ลดต้นทุนการเดินทาง จัดระเบียบจุดเสี่ยง และเร่งคืนผิวจราจรในพื้นที่ก่อสร้างเพื่อความปลอดภัย
2. กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก : เร่งเบิกจ่ายงบประมาณผ่านโครงการ Quick Win 39 โครงการ เพื่อสร้างงานและเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบอุตสาหกรรม
3. Green Transport (ขนส่งพลังงานสะอาด) : เปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้า 100% เพื่อลดปัญหามลพิษและฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน
4. เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน (PPP) : สนับสนุนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและลดการก่อหนี้สาธารณะของประเทศ
"นโยบายทั้งหมดนี้คือคำมั่นสัญญาว่า กระทรวงคมนาคมจะพัฒนาระบบที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างมั่นคง" นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย





