ตรวจสอบอัปเดต "โรคไข้ดินล่าสุด" ยอดตาย 23 ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 เตือนชาวกรุงเช็กด่วน จากสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ. 1669
ตรวจสอบอัปเดต โรคไข้ดินล่าสุด ยอดตาย 23 ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 ราย เตือนชาวกรุงเช็กด่วน จากสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ. 1669
กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องแจ้งเตือนเฝ้าระวังช่วงนี้ เนื่องจากกำลังเกิด "พายุฤดูร้อน" ถล่มประเทศไทย ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกของชาวนาและชาวสวน
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669 ประกาศ เตือนภัย "โรคไข้ดิน" เมลิออยด์ (Melioidosis) มหันตภัยเงียบที่มากับดินและน้ำ ระบาดหนัก หลังพบ
- ผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 ราย
- เสียชีวิต 23 ราย
ต้องระวัง เชื้อแบคทีเรียในดินและน้ำอาจเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าที่คิด
เตือนภัยช่วงฤดูฝน ระวัง "โรคไข้ดิน" หรือ "เมลิออยด์" เชื้อร้ายในดินและน้ำ อันตรายถึงชีวิต
กรุงเทพมหานคร – สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ออกประกาศเตือนประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ที่ต้องสัมผัสดินและน้ำเป็นเวลานาน ให้เฝ้าระวัง "โรคไข้ดิน" หรือ "โรคเมลิออยด์" (Melioidosis) ซึ่งมักพบการระบาดได้บ่อยในช่วงฤดูฝน เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียตัวการสำคัญอาศัยอยู่ในดินและแหล่งน้ำทั่วไปตามธรรมชาติทั่วประเทศไทย หากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายและเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
รู้จักเส้นทางการแพร่เชื้อโรคไข้ดิน
เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้หลักๆ ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่:
- ทางผิวหนัง: จากการสัมผัสหรือย่ำดินและน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนโดยตรง
- ทางระบบทางเดินอาหาร: จากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาดที่มีเชื้อปนเปื้อน
- ทางระบบทางเดินหายใจ: จากการสูดดมเอาละอองฝุ่นดินที่มีเชื้อเข้าไปในร่างกาย
กลุ่มเสี่ยงไข้ดินที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
แม้ทุกคนมีโอกาสเสี่ยง แต่กลุ่มบุคคลต่อไปนี้ควรดูแลสุขภาพเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง:
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงกว่าปกติ
- ผู้ประกอบอาชีพที่ต้องสัมผัสดินและน้ำ: โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวนา ที่ต้องลงพื้นที่ทำงานท่ามกลางดินและน้ำเป็นเวลานาน
อาการไข้ดินบ่งชี้ที่ควรสังเกต
หากท่านมีอาการดังต่อไปนี้ ควรสงสัยว่าอาจติดเชื้อและต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด:
- มีไข้สูง
- อาการไอ
- มีแผล หรือฝีหนองปรากฏขึ้นตามร่างกาย
แนวทางการป้องกันและคำแนะนำจากแพทย์
เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ สำนักการแพทย์แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ดังนี้:
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน: สวมรองเท้าบูททุกครั้งเมื่อต้องลุยน้ำหรือย่ำดิน
- ใส่ใจการบริโภค: ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น
- ดูแลความสะอาด: ล้างทำความสะอาดร่างกายให้สะอาดทันทีหลังจากการสัมผัสหรือทำงานในดินและน้ำ
คำแนะนำเมื่อพบอาการผิดปกติ
สำนักการแพทย์เน้นย้ำว่า "หากมีไข้สูงต่อเนื่องนานเกิน 3 วัน หรือพบแผลที่มีลักษณะเป็นฝีหนองตามร่างกาย ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน" เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ที่มา กรมควบคุมโรค , สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669 และ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร





