วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

ชลประทาน ผนึก สทนช. รุกจัดการน้ำน่าน แก้ท่วมแล้ง-ป้องเขตเศรษฐกิจ

ชลประทาน ผนึก สทนช. รุกจัดการน้ำน่าน แก้ท่วมแล้ง-ป้องเขตเศรษฐกิจ

ชลประทาน ผนึก สทนช. รุกจัดการน้ำน่าน เร่งแก้ท่วมจุดเสี่ยงและโรงพยาบาล พร้อมรับมือภัยแล้ง-อุทกภัยปี 69 ด้วยระบบโทรมาตรแม่นยำ เพื่อความยั่งยืน

วันนี้ (19 เม.ย. 69) กรมชลประทาน จับมือ สทนช. ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามความคืบหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำแล้งและน้ำท่วมปี 2569 ชูโมเดลแก้ปัญหาน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจและโรงพยาบาลน่าน พร้อมติดตั้งระบบโทรมาตรเพิ่มความแม่นยำ

บูรณาการความร่วมมือ ยกระดับการจัดการน้ำเมืองน่าน

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายมีชัย ปฏิยุทธ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน ลงพื้นที่ร่วมกับ นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และคณะทำงานฯ เพื่อขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านน้ำในระยะยาว

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพทางกายภาพของพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งมักประสบปัญหาทั้งอุทกภัยในช่วงฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง

เปิดแนวทางแก้ไข "จุดเสี่ยง" และปกป้องพื้นที่สำคัญ

โครงการชลประทานน่านได้นำเสนอแผนงานเร่งด่วนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการระบายน้ำและการกักเก็บน้ำ ดังนี้:

  • ป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ : เร่งวางแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจุดเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณ โรงพยาบาลน่าน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการสาธารณสุข
  • เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ : ดำเนินโครงการขุดลอกคลองและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อเปิดทางน้ำไหลในช่วงน้ำหลาก
  • นวัตกรรมจัดการน้ำ : เตรียมติดตั้ง ระบบโทรมาตร (Telemetering System) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำแบบ Real-time ช่วยให้การพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำมีความแม่นยำสูงขึ้น

"การบูรณาการร่วมกับ สทนช. ในครั้งนี้ จะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดน่านเป็นไปอย่างมีเอกภาพ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงรุกมากกว่าการรอรับมือเมื่อเกิดเหตุ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่" — นายเดช เล็กวิชัย กล่าว

มุ่งสู่การพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

กรมชลประทานยืนยันความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำตามนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนสามารถปรับตัวรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน