รฟท. ยันตรึงราคาตั๋วรถไฟช่วยประชาชน แม้ต้นทุนน้ำมันพุ่งแตะ 60 บาท ทำรายจ่ายเพิ่ม 30% เตรียมชงรัฐบาลขออุดหนุนงบประมาณพยุงสภาพคล่องถึง ก.ย. นี้
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการเดินรถในช่วงวิกฤตด้านพลังงาน โดยยอมรับว่า ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงพุ่งสูงเกินกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ การรถไฟฯ เตรียมเสนอรัฐบาล ขอรับการสนับสนุนงบประมาณชดเชย (Subsidy) เพื่อพยุงราคาค่าโดยสาร ไม่ให้กระทบประชาชน
ในส่วนของแผนแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน เดิม รฟท. คำนวณราคาน้ำมันพื้นฐานต้นทุนไว้ที่ 35 บาทต่อลิตร แต่สถานการณ์ปัจจุบัน ราคาน้ำมันดีเซลขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 50-60 บาทต่อลิตร ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายผันแปรพุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 30 ซึ่ง รฟท. มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยสูงถึง 220,000 ลิตรต่อวัน ขณะนี้ต้นทุนสูงกว่าเดิมมาก จากราคาน้ำมันที่ไม่สามารถควบคุมได้
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น รฟท. จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร โดยจะใช้วิธีรายงานข้อเท็จจริงไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการอุดหนุนส่วนต่างราคาพลังงานแทน หากราคาน้ำมันเริ่มคลี่คลายลงมาใกล้เคียง 35 บาทต่อลิตร สถานะทางการเงินของ รฟท. จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
นายอนันต์ ยังเปิดเผยถึงแนวโน้มยอดผู้โดยสารยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยสถิติจำนวนผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการเต็มทุกขบวน รวมถึงขบวนรถเสริมที่จัดไว้ อย่างไรก็ตาม รฟท. จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนถึงเดือนกันยายนนี้ เพื่อวางแผนการบริหารจัดการสภาพคล่องในระยะต่อไป





