เช็กด่วน! ขยายเวลาลงทะเบียน รับเงิน 6,000 ช่วยค่าน้ำมัน “กลุ่มขนส่ง” ถึง 24 เม.ย.นี้ ผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” tss.dlt.go.th
เช็กด่วน ขยายเวลาลงทะเบียน แจกเงิน 6,000 บาท ช่วยค่าน้ำมันภาคขนส่ง กระทรวงคมนาคม (คค.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน” อุ้มผู้ประกอบการขนส่ง-ลดภาระค่าครองชีพประชาชน รับมือวิกฤตน้ำมัน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 24 เมษายน 2569 ไม่เว้นวันหยุดราชการ
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนราคาน้ำมัน รวมถึงค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในประเทศ กระทรวงคมนาคม ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว จึงได้เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือแบบเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน และได้มอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนดหลักเกณฑ์ผู้ประกอบการขนส่ง “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน) ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือรับมือวิกฤตน้ำมันตะวันออกกลางอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งได้เปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยาตามมาตรการดังกล่าว ผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ทั้งทาง Online และ Walk-in ที่กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก และยังคงมีผู้ประกอบการที่มีสิทธิแต่ยังไม่สามารถลงทะเบียนสู่ระบบได้ กระทรวงคมนาคม โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จึงสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิและเป็นไปตามจุดประสงค์ของมาตรการดังกล่าว ที่ต้องการช่วยผู้ประกอบการขนส่ง รวมถึงลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (อธิบดี ขบ.) กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ขานรับข้อสั่งการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 24 เมษายน 2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) สำหรับ “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน) ภายหลังที่เปิดรับลงทะเบียนมาแล้ว 2 วัน (16-17 เมษายน 2569) พบมีผู้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวนมาก เป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิกว่า 26,000 ราย
ในขณะที่จำนวนยานพาหนะที่ลงทะเบียนในระบบมีจำนวนรวมกว่า 116,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2569) โดยผู้ประสงค์ขอรับสิทธิช่วยเหลือสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ที่เว็บไซต์ https://tss.dlt.go.th/ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือมาดำเนินการลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ ณ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก หรือ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ
'เนื่องจากในวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน พบว่ามีผู้ให้ความสนใจและพยายามเข้ามาลงทะเบียนในระบบเป็นจำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบกรับทราบปัญหาในการเข้าสู่ระบบลงทะเบียนทาง Online และได้ทำการปรับปรุงระบบให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น จึงต้องขออภัยในความไม่สะดวกดังกล่าว พร้อมทั้งได้ขยายระยะเวลาเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้มีโอกาสในการเข้ามาลงทะเบียนได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ขอย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วนก่อน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบสูงจากวิกฤตความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเดินรถทั้งในส่วนของรถโดยสารและรถขนส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นการช่วยประคับประคองสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้'
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้ในการลงทะเบียนขอรับสิทธิ ผู้สมัครจะต้องแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือข้อมูลบัญชีเงินฝากที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และเอกสารหลักฐานแสดงการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร (ซึ่งเอกสารจะแตกต่างกันไปตามประเภทรถที่ขอรับสิทธิ)
โดยการได้รับสิทธิช่วยเหลือจะเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด ซึ่งจะพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการขนส่งจริงหลังจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินมาตรการ 42 วัน (ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2569)
กรมการขนส่งทางบก ขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการลงทะเบียน เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584





