“สนธิรัตน์”ชี้ศึกสหรัฐ-อิหร่าน ต้นทุนผลิตไฟฟ้าไทยพุ่งจากราคาน้ำมัน-ก๊าซ พุ่ง แนะโอกาสดีเปิดเสรีไฟฟ้า ลดพึ่งพาฟอสซิล
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน โพสท์เฟซบุ๊ค ในหัวข้อ "เปิดเสรีไฟฟ้าต้องเร็ว โอกาสใหญ่รอไทยอยู่" โดยระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่พลังงานจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สงครามที่ยืดเยื้อทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผันผวนหนัก
สำหรับประเทศไทย นี่คือความเสี่ยงโดยตรง เพราะเรายังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลนำเข้าในสัดส่วนสูงมาก ทั้งน้ำมันและก๊าซที่ใช้ผลิตไฟฟ้า
ยิ่งโลกไม่แน่นอนมากขึ้น ต้นทุนพลังงานของไทยก็ยิ่งเปราะบางมากขึ้น ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้ง เราต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟค่าขนส่ง และค่าครองชีพ
"นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่ควรฝากอนาคตไว้กับพลังงานฟอสซิลเหมือนเดิมอีกแล้ว"
นายสนธิรัตน์ ระบุอีกว่า เรามีทางออกและโอกาสที่ดีกว่ารอเราอยู่เพราะไทยมีศักยภาพสูงมากเรื่องพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ เรามีแดด มีพื้นที่ มีภาคเกษตร มีภาคธุรกิจ และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอีกมากจากอุตสาหกรรมใหม่ ดาต้าเซ็นเตอร์ และเศรษฐกิจดิจิทัล
หากวางนโยบายให้ถูกทิศ ไทยสามารถกลายเป็นศูนย์กลางพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาคได้
"สิ่งที่ผมสนับสนุนและเห็นด้วยอย่างยิ่ง คือการเปิดเสรีการค้าขายไฟฟ้าเพราะนี่คือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง"
เมื่อประชาชน ธุรกิจ และชุมชนสามารถผลิตไฟฟ้าและขายไฟให้กันได้โดยตรง ผ่านระบบที่เป็นธรรมและโปร่งใส พลังงานจะไม่ใช่เรื่องของผู้ผลิตรายใหญ่ไม่กี่รายอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของคนจำนวนมาก
เมื่อตลาดเปิด โซลาร์รูฟท็อป ฟาร์มพลังงานชุมชน และระบบกักเก็บพลังงานจะโตเร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอรัฐ เกษตรกรจะมีรายได้จากการขายไฟ โรงงานและดาต้าเซ็นเตอร์จะเข้าถึง Green Energy ได้จริงและระบบพลังงานของประเทศจะเปราะบางน้อยลง
ที่สำคัญยังช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวจริง ๆเพราะวันนี้การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่องค่าแรงหรือสิทธิประโยชน์อีกแล้ว แต่อยู่ที่ว่าใครมีพลังงานสะอาดเพียงพอและเข้าถึงได้
สิ่งที่รัฐต้องเร่งทำไม่ใช่เรื่องซับซ้อน: ลงทุน Smart Grid, ปลดล็อกกฎระเบียบที่ล้าสมัย, และเปิดตลาดไฟฟ้าอย่างจริงจัง
ทุกเดือนที่ล่าช้าคือต้นทุนสองทาง: จ่ายแพงกับพลังงานแบบเดิม และปล่อยโอกาสแบบใหม่ให้ไหลออกไปหาประเทศเพื่อนบ้าน
"โอกาสใหญ่รอไทยอยู่ แต่ไม่มีโอกาสใด รอเราอยู่ตลอดไป"





