วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

โกงแปดแสน ชวนร่วมลงทุน อ้างได้ผลตอบแทนสูง สุดท้ายโอนเงินสูญเปล่า

โกงแปดแสน ชวนร่วมลงทุน อ้างได้ผลตอบแทนสูง สุดท้ายโอนเงินสูญเปล่า

ภัยออนไลน์ โดนโกงแปดแสน ชวนร่วมลงทุน อ้างได้ผลตอบแทนสูง สุดท้ายโอนเงินสูญเปล่า ล่าสุดตำรวจบุกจับที่บางบอน กรุงเทพ ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ศาล

แจ้งให้ระวังภัยออนไลน์ โดนโกงแปดแสน ชวนร่วมลงทุน อ้างได้ผลตอบแทนสูง สุดท้ายโอนเงินสูญเปล่า ล่าสุดตำรวจบุกจับที่บางบอน กรุงเทพ ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ศาล

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นาย ณ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ศาล ประกอบด้วย หมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่, หมายจับศาลอาญา และหมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ในความผิดฐาน 

  1. ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
  2. นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
  3. เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)

ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษธนบุรี แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2567 ผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์

  • มิจฉาชีพได้พูดคุยชักชวนให้มาร่วมลงทุนโดยกล่าวอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงในเวลาอันสั้น
  • ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารซึ่งเป็นชื่อของผู้ต้องหารายนี้ รวมถึงบัญชีม้าอื่นๆ อีกหลายบัญชี
  • รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 800,000 บาท

หลังจากได้รับเงิน มิจฉาชีพได้ทำการตัดช่องทางการติดต่อและหลบหนีไป

ผู้เสียหาย จึงตระหนักได้ว่าตนเองถูกหลอกลวงและได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบเบาะแสว่า ชายผู้ต้องหา ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษธนบุรีและกำลังจะได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษออกมา จึงได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เพื่อเตรียมอายัดตัวตามหมายจับค้างเก่า

กระทั่งพบผู้ต้องหาปรากฏตัวอยู่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัวพร้อมตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน ยืนยันตัวบุคคลถูกต้องตรงตามหมายจับ จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ

จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอยหล่อ ต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่าถูกรุ่นพี่ที่รู้จักชักชวนให้เปิดบัญชีม้าจำนวน 6 บัญชี ได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 4,000 บาท

ซึ่งต้องเดินทางนั่งรถทัวร์ไปที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และข้ามฝั่งไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อทำการสแกนใบหน้าสำหรับทำธุรกรรมทางการเงินเป็นเวลา 3-4 วัน ก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศไทย

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปพ. ดำเนินการ