รัฐบาล ยกระดับขั้นสุด! สั่งปิดป่าทั่วประเทศสกัดไฟป่าและฝุ่น PM2.5 บูรณาการเทคโนโลยีดาวเทียมชี้เป้าเรียลไทม์ พร้อมคุมเข้มกฎหมายเพื่อปกป้องลมหายใจคนไทย
วันนี้ (14 เม.ย. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ขานรับนโยบาย "นายกฯ อนุทิน" ประกาศยกระดับมาตรการแก้ปัญหาไฟป่าเข้มข้น สั่งปิดป่าสงวน-ป่าอนุรักษ์พื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ บูรณาการมหาดไทยใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและเฮลิคอปเตอร์เข้าดับไฟ พร้อมดูแลสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่หน้างานเต็มที่
สั่งปิดพื้นที่ป่าเสี่ยงทั่วประเทศ บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ไฟป่าล่าสุดว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการด่วนให้ยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นรูปธรรม โดยหัวใจสำคัญคือการ "หยุดไฟตั้งแต่วงจรแรก"
มาตรการสำคัญที่ประกาศใช้ทันที:
- สั่งปิดป่า : กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติฯ สั่งปิดพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ในเขตพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ
- ห้ามเข้าเด็ดขาด : ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไฟจากการกระทำของมนุษย์
- บังคับใช้กฎหมาย : ดำเนินคดีขั้นสูงสุดกับผู้ที่ลักลอบเข้าพื้นที่หรือจุดไฟเผาป่าโดยไม่มีข้อยกเว้น
บูรณาการเทคโนโลยี "ชี้เป้าเรียลไทม์" เสริมทัพด้วยอากาศยาน
เพื่อให้การดับไฟมีประสิทธิภาพสูงสุด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ควบคู่กับการปฏิบัติการภาคพื้นดิน:
- ภาพถ่ายดาวเทียม : ตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) แบบเรียลไทม์เพื่อชี้เป้าพิกัดแม่นยำ
- อากาศยานสนับสนุน : ใช้เฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำเข้าฉีดพ่นในพื้นที่สูงชันและเข้าถึงยาก
- รถปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว : วางแผนภาคพื้นดินเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ทันท่วงที
"เราไม่ได้แค่ดับไฟ แต่เรากำลังปกป้องลมหายใจของคนไทยทุกคน การใช้เทคโนโลยีจะช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น" นายสุชาติ กล่าว
มหาดไทยผนึกกำลัง สั่งผู้ว่าฯ ใช้ "แผนเชิงรุก" ในพื้นที่
ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย ได้รับลูกต่อเพื่อกระจายอำนาจการจัดการสู่ระดับท้องถิ่น โดยกำชับให้ทุกจังหวัดดำเนินการดังนี้:
- ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด : สามารถตัดสินใจสั่งการได้ทันทีในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ระดมกำลังอาสาสมัคร : บูรณาการทีม อส. กู้ภัย และกำนันผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าว
- แผนส่งกำลังบำรุง : จัดชุดเคลื่อนที่เร็วสนับสนุนพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงต่อเนื่อง
ย้ำความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ "ต้องมาก่อน"
นายสุชาติ ได้แสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยกำชับให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวง ทส. ดูแลสวัสดิภาพอย่างใกล้ชิด:
- ตรวจเช็กความพร้อม : ทั้งสภาพร่างกาย อุปกรณ์ดับไฟ และยานพาหนะ
- ระบบหมุนเวียนกำลังพล : ป้องกันอาการเหนื่อยล้าสะสม (Fatigue) ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุ
- การช่วยเหลือฉุกเฉิน : เตรียมพร้อมระบบส่งตัวผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็ว
รัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าวิกฤตจะคลี่คลาย เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป





