คมนาคม สรุปยอดประชาชนเดินทางสงกรานต์ 69 สะสม 4 วัน ใช้ขนส่งสาธารณะกว่า 10 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน อุบัติเหตุลดลง 29% คาดพรุ่งนี้ (15 เม.ย.) เริ่มทยอยกลับกรุงเทพฯ ด้าน ทช. แนะ 4 เส้นทางเลี่ยงรถติด
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน 2569 สะสม 4 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 10,326,204 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.61 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11-14 เมษายน 2568)
ทั้งนี้ 'ระบบราง' มีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45.13 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 202,912 คน , ภาคใต้ (ทางราง) 127,098 คน , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 145,390 คน , ภาคเหนือ (ทางถนน) 78,414 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 80,095 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ รวม 957,984 คน
สำหรับ การจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 3,929,088 คัน (ลดลงร้อยละ 1.95) และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 5,037,814 คัน (ลดลงร้อยละ 6.12)
สถิติอุบัติเหตุ บนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 4 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 697 ครั้ง
- มีผู้บาดเจ็บ 661 คน
- เสียชีวิต 109 คน
- สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 442 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 63)
- ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถพิกอัปบรรทุก 4 ล้อ 378 คัน
- ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 504 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 72)
- จังหวัดเลยมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 6 คน
- กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 35 ครั้ง
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 29 ผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 4 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 30 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางราง ทางน้ำ และทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (15 เมษายน 2569) จึงได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยังคงคุมเข้มการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 เพื่อเตรียมพร้อมระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนเดินทางกลับได้อย่างอุ่นใจ ในระบบคมนาคมขนส่ง 4 มิติ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่มีการโก่งราคา ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานยังคงร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารเดินทางกลับในช่วงท้ายของวันหยุดเทศกาล โดยวานนี้ (13 เมษายน 2569) ได้เสริมขบวนรถด่วนพิเศษที่ 6 สถานีเชียงใหม่ - กรุงเทพอภิวัฒน์ และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 974 สถานียะลา - กรุงเทพอภิวัฒน์ 2 ขบวน และในวันที่ 14 , 15 และ 17 เมษายน 2569 ในเส้นทางสายเหนือ สายอีสานและสายใต้ อีกวันละ 1 ขบวน และยังคงดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ
สำหรับ กรมการขนส่งทางราง มีการเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและการเดินรถตลอดช่วงเทศกาล โดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้โดยสารโดยรวม
ด้าน กรมเจ้าท่า มีการเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านระบบกล้อง CCTV ครอบคลุมท่าเรือต่าง ๆ รวมถึงคลองแสนแสบ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือเพื่ออำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางการเดินเรือแก่ประชาชน อีกทั้งกำชับผู้ควบคุมเรือให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และใช้ความเร็วตามข้อกำหนด
สำหรับ เจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 - 7 ได้จัดตั้งจุดอำนวยความสะดวกและจัดเจ้าหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยวตามท่าเรือต่าง ๆ พร้อมเน้นย้ำผู้ประกอบการและผู้ควบคุมเรือให้ตรวจสอบความพร้อมของเรือ ท่าเรือ คนประจำเรือ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตก่อนออกเดินเรือทุกครั้ง ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสิ่งสารเสพติดขณะขับเรือ ผู้ควบคุมเรือต้องตรวจคัดกรองแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดก่อนออกเรือทุกครั้ง ให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยที่กำหนด ตลอดจนติดตามประกาศจากกรมเจ้าท่า และติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้แนะนำ 4 เส้นทางเลี่ยง ขากลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้สัญจร 4 เส้นทาง ดังนี้
1) เส้นทางเลี่ยงการจราจรตัวเมืองสระบุรี ใช้ทางเลี่ยง ทล.1 (ถนนพหลโยธิน) เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.362 (ถนนเลี่ยงเมืองสระบุรี) เดินทางต่อจนถึงคลองชลประทาน เลี้ยวขวาเข้าสู่ สบ.3021 เดินทางต่อไปจากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.33 (แยกร่องแซง) เดินทางต่ออีกจนถึงทางเข้า M6 ด่านหินกอง เพื่อมุ่งหน้ากรุงเทพฯ
2) เส้นทางเลี่ยงการจราจร ทล.24 ช่วงประโคนชัย - นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มจาก ทล.24 แยกประโคนชัย เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.2445 แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ บร.4054 เดินทางต่อไปจะบรรจบกับ บร.5053 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ บร.4013 และเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.224 เดินทางต่อจนถึงตัวเมืองละหานทราย และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.2120 ไปบรรจบกับอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเดินทางเข้าสู่ช่องตะโก - ภาคตะวันออกต่อไป
3) เส้นทางเลี่ยงการจราจร ทล.323 (ถนนแสงชูโต) ช่วงท่าม่วง - ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มจากอำเภอท่าม่วง ทล.323 (ถนนแสงชูโต) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.3084 เดินทางต่อไป เลี้ยวขวาเข้าสู่ กจ.4097 เดินทางต่อบนถนนเลียบคลองชลประทาน และตรงยาวในเส้นทาง กจ.3106 จากนั้นเลี้ยวซ้ายแยกท่าเรือเข้าสู่ ทล.3081 เดินทางต่อจนถึงทาง M81 ด่านท่าเรือ เพื่อมุ่งหน้ากรุงเทพฯ
4) เส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนมิตรภาพ ช่วงขอนแก่น - นครราชสีมา เริ่มจากรังสิต ทล.2 (ถนนมิตรภาพ) เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.2246 เดินทางต่อไปเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ นม.4058 เดินทางต่อจะบรรจบกับ ทล.2150 ตรงไปผ่านอำเภอขามสะแกแสง จะบรรจบ ทล.205 ที่อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เดินทางต่อไปเพื่อเข้าสู่ ทล.290 และจะถึงทางเข้า M6 ด่านขามทะเลสอ เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรีต่อไป
ส่วนการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้แก่
- ทางพิเศษบูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่วันนี้ - 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น.
- ทางพิเศษอุดรรัถยา เฉลิมมหานคร และศรีรัช ตั้งแต่วันนี้ - 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น.
นอกจากนี้ ยังได้ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง 3 เส้นทาง ได้แก่
- M7 (กรุงเทพฯ - เมืองพัทยา)
- M9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน)
- M81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี) ตั้งแต่วันนี้ - 16 เมษายน 2569
อีกทั้งเปิดให้ใช้เส้นทาง M6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน - นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน - ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-19 เมษายน 2569 และช่วงปากช่อง - นครราชสีมา ใช้เป็นขาเข้าเช่นกัน และเปิดให้ใช้เส้นทาง M82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน - เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง และแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และทางแอปพลิเคชัน อาทิ M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway และ Thailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สายด่วนและเว็บไซต์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชน เป็นต้น





