โคราชร้อนจัดทะลุ 42 องศาฯ กรมอุตุฯ เตือนรับมือพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย. 69 ระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่
สรุปรายงานสภาพอากาศประเทศไทยประจำวันที่ 14 เมษายน 2569: กรมอุตุนิยมวิทยา เผยอุณหภูมิพุ่งทะลุ 42 องศาฯ ที่โคราช นครราชสีมา ด้านกรุงเทพฯ ปริมณฑลแตะ 40 องศาฯ ขณะที่ภาคใต้มีฝนตกลงมาช่วยคลายร้อนในบางพื้นที่
ไฮไลท์สภาพอากาศรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สงกรานต์ปีนี้ดูเหมือน "พระอาทิตย์" จะทำงานหนักเป็นพิเศษ โดยรายงานอุณหภูมิสูงสุดและปริมาณฝนสะสมจาก กรมอุตุนิยมวิทยา และ สำนักการระบายน้ำ มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
1. พื้นที่ที่ร้อนที่สุดในไทย (13 เม.ย. 69)
แชมป์ความร้อนของวันสงกรานต์ปีนี้ตกเป็นของภาคอีสาน โดยวัดอุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 42.0 องศาเซลเซียส
- จุดที่ร้อนที่สุด : อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล : อากาศร้อนจัดไม่แพ้กัน วัดได้สูงสุด 40.0 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
2. รายงานฝนตกและพื้นที่ชุ่มฉ่ำ
แม้หลายพื้นที่สถานการณ์ความร้อนจะรุนแรง แต่ในภาคใต้กลับมีฝนตกลงมาช่วยสร้างความชุ่มชื่น โดยปริมาณฝนสะสม 24 ชม. (13-14 เม.ย. 69) พบว่า:
- พื้นที่ฝนตกมากที่สุด : ท่าอากาศยานหาดใหญ่ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา (วัดได้ 20.4 มม.)
- กรุงเทพมหานคร : จากการตรวจสอบของสำนักการระบายน้ำ ไม่มีรายงานฝนตก ในเขตพื้นที่ กทม. ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
3. อุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้ (14 เม.ย. 69)
สำหรับใครที่มองหาอากาศเย็นสบายในช่วงเช้า ต้องยกให้ทางภาคเหนือและปริมณฑลบางจุด:
- ระดับประเทศ : ต่ำสุดวัดได้ 18.8 องศาเซลเซียส ที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล : ต่ำสุดวัดได้ 27.5 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ทั้งนี้ ในช่วงที่อากาศร้อนจัดแตะระดับ 40-42 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนที่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ระมัดระวังเรื่องโรคลมแดด (Heatstroke) ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน
ประกาศเตือน : พายุฤดูร้อนฉบับที่ 2
กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนว่า ในช่วงวันที่ 16 – 20 เมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะเผชิญกับ พายุฤดูร้อน ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกหรือฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้
พื้นที่ได้รับผลกระทบตามลำดับ
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก : จะเริ่มได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก
- ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล : จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ปะทะกับอากาศร้อนถึงร้อนจัดที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน
ข้อควรระวังสำหรับประชาชน
- ความปลอดภัย : หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
- เกษตรกร : ควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
- สุขภาพ : ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกรมอุตุฯ จะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 11.00 น.





