อัปเดต 'งบประมาณ' เช็กล่าสุด ปรับไทม์ไลน์ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 9 แผน เร่งใช้จ่ายเงิน ถึงประชาชนได้รวดเร็ว
ตรวจสอบอัปเดต 'งบประมาณ' เช็กล่าสุด ปรับไทม์ไลน์ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 9 แผน เร่งใช้จ่ายเงิน ถึงประชาชนได้รวดเร็ว
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมปรับปรุงปฏิทินงบประมาณ เพื่อให้พระราชบัญญัติงบประมาณฯ สามารถประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2569 อันจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
โดยการจัดทำงบประมาณปี 2570 เน้นแก้ปัญหาประชาชน ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และใช้แนวคิดงบประมาณฐานศูนย์ ทบทวนความจำเป็นของทุกโครงการ พร้อมเปิดใช้แหล่งเงินทางเลือก เช่น การร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ
ครม. กำหนดไทม์ไลน์การจัดทำงบประมาณอย่างชัดเจน
- 20 เมษายน 2569 นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายงบประมาณ
- 1 พฤษภาคม 2569 หน่วยรับงบประมาณจัดทำคำของบประมาณ
- 2 มิถุนายน 2569 เสนอ ครม. พิจารณารายละเอียดงบประมาณ และเปิดรับฟังความคิดเห็น
- 16 มิถุนายน 2569 ครม. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น และเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ
- 23 มิถุนายน 2569 เสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณต่อสภาผู้แทนราษฎร
- 1 กรกฎาคม – กันยายน 2569 สภาฯ พิจารณาตามขั้นตอน
- ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้
- 1 ตุลาคม 2569 งบประมาณมีผลบังคับใช้
คณะรัฐมนตรี ยังมีมติอนุมัติ ปรับปรุงการมอบหมายผู้มีอำนาจกำกับแผนงานบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 9 แผนงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ โดยมีการมอบหมาย ดังนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่
1. แผนงานบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
2. แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่
1. แผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด
2. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ กำกับ 1 แผนงาน
ได้แก่ แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่
1. แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว
2. แผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กำกับ 1 แผนงาน ได้แก่
1. แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ กำกับ 1 แผนงาน ได้แก่
1. แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย
การกำหนดไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ควบคู่กับการมอบหมายผู้รับผิดชอบรายแผนงาน จะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เงินถึงประชาชนได้รวดเร็ว และการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
มาตรการให้ความช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระและช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกร ช่วยลดการส่งผ่านภาระต้นทุนไปสู่ผู้บริโภค
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
1. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชน
1.1 กลุ่มเปราะบาง: รัฐบาลมีมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.22 ล้านคน โดยการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
1.2 กลุ่มประชาชนทั่วไป: เตรียมพร้อมประชาชนทั่วไปสำหรับการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวิกฤติพลังงาน ดังนี้
1.2.1 ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน (โครงการสินเชื่อปรับตัวเพื่อความยั่งยืนฯ) วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนในการปรับตัวด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV เป็นต้น วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570
1.2.2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ยังสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อประหยัดพลังงาน ประกอบด้วย (1) สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง และซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 2.20 ต่อปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี ยื่นรับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 (2) สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.69 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 และ (3) สินเชื่อ Solar Roof สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัย ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อ Solar Roof วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
2. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคการเกษตร
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงินสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต และมีการอบรม/เรียนรู้ทักษะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการวิเคราะห์การใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดิน พืช และพื้นที่ด้วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ทั้งนี้ เมื่อเกษตรกรผู้กู้ปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข รัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ ไม่เกิน 12 เดือน ระยะเวลาโครงการ 3 ปี
3. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ
3.1 คู่สัญญาภาครัฐ : เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและลูกจ้างของคู่สัญญาภาครัฐ กรมบัญชีกลางจึงได้ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น กรณีที่ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ ให้ถือว่ามีเหตุผลสมควรและไม่เป็นผู้ทิ้งงานพร้อมคืนหลักประกัน สำหรับสัญญาที่ลงนามแล้วหากได้รับผลกระทบอาจเจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม กรณีที่ลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจเลิกสัญญาและคืนหลักประกันได้ เป็นต้น พร้อมทั้งขยายราคากลางงานก่อสร้างของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลให้อยู่ที่อัตรา 51.00 - 69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้การคำนวณราคากลางสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและสำนักงบประมาณได้ดำเนินการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ที่ได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุ
3.2 มาตรการสำหรับ SMEs : กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนเพื่อปรับตัว (Transformation) ทั้งในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เทคโนโลยี เป็นต้น สามารถขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวนี้ได้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นเงินลงทุน และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งโครงการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทน และเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการ EXIM Support Plus เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าวที่ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ร้อยละ 4.00 ต่อปี และยังมีโครงการประกันการส่งออกด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษสำหรับประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง
4. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคขนส่ง
คณะรัฐมนตรีได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่งเป็นระยะเวลารวม 42 วัน (ตั้งแต่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569) ในวงเงินจำนวนรวม 2,061 ล้านบาท ให้แก่ 1) กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป และรถบรรทุกขนาดเล็กน้อยกว่า 10 ล้อ) จำนวน 1,354 ล้านบาท 2) กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 97 ล้านบาท 3) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 และหมวด 3 (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส) จำนวน 81 ล้านบาท 4) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 4 จำนวน 9 ล้านบาท 5) กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 8 ล้านบาท 5) กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง จำนวน 311 ล้านบาท และ 6) สนับสนุนเงินให้บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายกลุ่มประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยในช่วง 6 – 19 เมษายน 2569 จำนวน 200 ล้านบาท
อ้างอิง รัฐบาลไทย





