ศปถ. สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน 7 วันอันตราย สงกรานต์ 69 วันแรก เสียชีวิตแล้ว 20 ราย บาดเจ็บ 132 คน เกิดอุบัติเหตุ 135 ครั้ง สาเหตุหลัก 'ขับรถเร็ว-ตัดหน้ากระชั้นชิด'
วันนี้ (11 เม.ย. 69) ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 10 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการควบคุมเข้มข้น “7 วันอันตรายสงกรานต์ 2569” เผย เกิดอุบัติเหตุ 135 ครั้ง บาดเจ็บ 132 คน และมีผู้เสียชีวิต 20 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 59 จังหวัด
ซึ่ง ศปถ. ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะถนนสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และใช้กลไกท้องถิ่น ท้องที่ และอาสาสมัครประจำ “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” เฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปราม และตักเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่อย่างเข้มข้น
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 10 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 135 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 132 คน ผู้เสียชีวิต 20 ราย
- สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ 'ขับรถเร็ว' ร้อยละ 37.78 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 22.96
- ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 70.49 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 78.52 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 48.15 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 20.74
- ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01 - 18.00 น. ร้อยละ 21.48 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 60 - 69 ปี ร้อยละ 18.42
- โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ตรัง และสงขลา (จังหวัดละ 8 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ตรัง (9 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี และสงขลา (จังหวัดละ 2 ราย) ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 59 จังหวัด
ทั้งนี้ คาดว่าในวันนี้ถนนสายหลักที่ออกสู่ภูมิภาคจะมีปริมาณรถหนาแน่นทุกเส้นทาง เนื่องจากประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวไปยังต่างจังหวัด ส่งผลให้การจราจรติดขัด ศปถ. ประสานทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร อำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะถนนสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับรถย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ แซงในที่คับขัน ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย บรรทุกท้ายกระบะ ไม่มี พ.ร.บ. และไม่ชำระภาษีรถ
รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบผู้ที่ยังตกค้างในสถานีขนส่ง และตรวจสอบสภาพรถ พนักงานขับรถ และพนักงานประจำรถ ต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพสารเสพติดหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งที่กำหนด และตรวจสอบการใช้รถตู้ส่วนบุคคลที่ลักลอบประกอบการขนส่งผู้โดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับการบริหารจัดการเส้นทาง ให้พิจารณาใช้กรวยจราจร ตั้งไฟแจ้งเตือน ให้ประชานชทราบล่วงหน้าในจุดที่มีการตั้งด่า ส่วนบริเวณเกาะสี และจุดกลับรถ หากมีการปิดจุดดังกล่าวให้ติดตั้งไฟส่องสว่างอย่างชัดเจน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะเตรียมพร้อมร่างกาย ยานพาหนะ การมีประกันภัยภาคบังคับ และต่อภาษีรถตามกำหนด หากเกิดอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครองทั้งตนเอง และผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการ ศปถ. เปิดเผยว่า ศปถ. ยังได้เน้นย้ำให้จังหวัดใช้กลไกท้องถิ่น ท้องที่ และอาสาสมัครให้ความสำคัญกับ “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปราม และตักเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่ พร้อมใช้มาตรการ “เคาะประตูบ้าน” ให้คำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎจราจร
นอกจากนี้ จากการติดตามพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและง่วงนอนได้ง่าย หากมีอาการดังกล่าวขอให้จอดพักรถในที่ปลอดภัยปรับเปลี่ยนอิริยาบถก่อนเดินทางต่อ ส่วนภาคใต้มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขอให้ประชาชนขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง ตลอดจนขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน มีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร เพื่อให้การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์มีแต่ความสุขและความปลอดภัย
ท้ายนี้ หากประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ระบบ iDEMS ที่แจ้งพิกัดผ่าน Video Call สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 และสายด่วนศูนย์ปลอดภัยคมนาคม 1356 รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง และไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @1784DDPM เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป





