บวท. ยันฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือไม่กระทบเที่ยวบิน ทัศนวิสัยเชียงใหม่ยังได้มาตรฐาน พร้อมงัดแผนสำรองบริหารจราจรทางอากาศ และหนุนภารกิจฝนหลวงสู้ไฟป่า 5 จังหวัด
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า จากสถานการณ์หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ปกคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ส่งผลให้ทัศนวิสัยการมองเห็นทางการบินลดลง แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่อากาศยานยังสามารถทำการขึ้น - ลง ได้อย่างปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเที่ยวบินในภาพรวมแต่อย่างใด โดยทัศนวิสัยทางการบินลดลงต่ำสุดเหลือเพียง 1,200 เมตร และค่าเฉลี่ยตลอดทั้งวันอยู่ที่ประมาณ 6 - 7 กิโลเมตร ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำสำหรับการลงจอดด้วยเครื่องช่วยการเดินอากาศ (Instrument Landing System (ILS) ประเภท Category 1) ค่าทัศนวิสัยต้องไม่ต่ำกว่า 800 เมตร
ทั้งนี้ บวท. ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับในกรณีที่ค่าทัศนวิสัยลดต่ำกว่ามาตรฐาน โดยวางแผนบริหารจัดการจราจรทางอากาศ การประสานความพร้อมการให้บริการ กรณีมีการร้องขอในการเปลี่ยนเส้นทางบินไปสนามบินสำรอง
นอกจากนี้ บวท. ได้ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ของ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการปฏิบัติการบินดัดแปลงสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ตาก และแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2569 เป็นต้นมา โดยสนับสนุนการปฏิบัติการบินของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการขึ้นบินสำรวจและควบคุมสถานการณ์ไฟป่า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาหมอกควันในพื้นที่
บวท. ยังได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐและกระทรวงคมนาคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและประชาชนเป็นสำคัญ





