เดินหน้า 20 วิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศ ผ่านโครงการ "วิทยาลัยชุมชนสีเขียว" สู่ความยั่งยืน มุ่งพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งเชื่อมโอกาส สร้างความยั่งยืน
ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน เปิดเผยถึงการเดินหน้าโครงการวิทยาลัยชุมชนสีเขียว โดยระบุว่า นับตั้งแต่มีการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนขึ้นในปี 2544 วิทยาลัยชุมชนทั้ง 20 แห่งใน 21 จังหวัดทุกภูมิภาค ได้มุ่งเน้น และสร้างความสำเร็จ ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “สถาบันวิทยาลัยชุมชนสร้างสรรค์ปัญญา พลังการเรียนรู้ และลดความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชน” ได้อย่างเด่นชัด จนมีผลงานเป็นรูปธรรม พร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้ทุกคน ทุกอายุ ได้เข้ามาสู่การศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างโอกาสให้คนจน ผู้มีรายได้น้อย ได้เรียนตามความต้องการ
โดยเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดการศึกษาอนุปริญญา และหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ง่ายในท้องถิ่น ไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อพัฒนาศักยภาพตนเอง และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เช่น พื้นที่จังหวัดตาก และแม่ฮ่องสอน นอกจากเป็นพื้นที่ชายแดนที่ห่างไกลแล้ว การเดินทางในพื้นที่ยังมีความยากลำบาก
ดังนั้น วิทยาลัยชุมชน จึงทำงานเชิงรุกด้วยเข้าไปเปิดสอนในรูปแบบของศูนย์ย่อยในทุกอำเภอ พร้อมจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ช่วยให้ทุกคนในทุกชุมชนได้รับโอกาสทางการศึกษา
สำหรับก้าวต่อไปในการพัฒนา เพื่อนำความเข้มแข็งมาสู่ชุมชน ในภาวะที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ที่มีสาเหตุจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น การลดลงของพื้นที่ป่าไม้ ทางสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนมีความห่วงใยต่อสภาพปัญหา และผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงได้มีนโยบาย"วิทยาลัยชุมชนสีเขียวสู่ความยั่งยืน"
โดยจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 ด้าน คือ ด้านการจัดการศึกษา วิจัย การดำเนินงาน และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยในปี 2568 สถาบันวิทยาลัยชุมชนได้ขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ย้ำว่า โครงการวิทยาลัยชุมชนสีเขียวสู่ความยั่งยืน เป็นก้าวสำคัญของการผลักดันให้วิทยาลัยชุมชนในสังกัดทุกแห่ง มุ่งสู่การเป็นวิทยาลัยชุมชนสีเขียว ภายใต้แนวคิด “Go Green to Sustainability” เพื่อยกระดับองค์กรไปสู่ความยั่งยืนอย่างถาวร
โดยมีการดำเนินการจัดการศึกษาบูรณาการองค์ความรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ การรณรงค์ใช้พลังงานสะอาดอย่างเหมาะสม การลดและเลิกกิจกรรมที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
พร้อมกันนี้ สถาบันวิทยาลัยชุมชน ยังดำเนินการส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการรับรู้ เกิดความร่วมมือสร้างการพัฒนา ร่วมรักษ์โลก ลดโลกร้อน และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน ที่สอดรับกับพันธกิจของสถาบันวิทยาลัยชุมชน ที่มุ่งสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชน ภายใต้ความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค
ดร.สิริกร ระบุด้วยว่า โครงการวิทยาลัยชุมชนสีเขียวสู่ความยั่งยืน ที่วิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่งดำเนินการนั้น สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วนในทุกมิติ ตามแนวคิด “Go Green to Sustainability” ไม่ว่า มิติด้านเศรษฐกิจ และสังคม หรือมิติด้านสิ่งแวดล้อม ตรงกับความต้องการ ตรงกับแนวการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ ซึ่งผลที่ได้คือ เกิดนวัตกรรมที่ชุมชนนำไปใช้ประโยชน์ ไปสร้างโอกาสให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี
ความสำเร็จจากการดำเนินโครงการของวิทยาลัยชุมชนที่น่าสนใจ ตอบโจทย์มิติด้านเศรษฐกิจ และสังคมได้เป็นอย่างดี อาทิ ผลงานของวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส วิทยาลัยชุมชนน่าน วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน วิทยาลัยชุมชนตราด ที่สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีอัตลักษณ์ ในรูปแบบของงานหัตถกรรมจักสาน จากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า และได้รับความสนใจอย่างมาก จนได้รับการคัดเลือกให้นำไปจัดแสดงที่คาเฟ่ดิออร์ (Dior Cafe Bangkok) กรุงเทพมหานคร รวมถึงโชว์รูมที่เมืองเวนิส ในอิตาลี ด้วย
ดร.สิริกร ยังได้ยกตัวอย่างผลการดำเนินโครงการฯ ที่ตอบโจทย์ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ว่า สถาบันวิทยาลัยชุมชนการได้มีระบบ Solar Rooftop ในวิทยาลัยชุมชน 17 แห่งทั่วประเทศ ปรับเปลี่ยนการไฟฟ้าสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 15-20%
นอกจากนั้นยังมีผลงานผ้าทอจากใยใบสับปะรดตราดสีทองของวิทยาลัยชุมชนตราด และเส้นใยอ้อยของวิทยาลัยชุมชนยโสธร และอุทัยธานี นำสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น สับปะรด และอ้อย มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างรายได้ให้กับชุมชน
“วิทยาลัยชุมชนในวันนี้ ไม่ได้เพียงสร้างแค่โอกาส แต่เรามุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน สังคม และประเทศ ซึ่งโครงการวิทยาลัยชุมชนสีเขียวสู่ความยั่งยืน คือหนึ่งในการดำเนินการที่สำคัญ และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม” ดร.สิริกร ระบุ





