วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

แฉพิรุธกักตุนน้ำมัน พบหลักฐานชัด รถน้ำมัน 1.1 หมื่นคัน ออกจากคลังไม่ส่งปั๊ม

แฉพิรุธกักตุนน้ำมัน พบหลักฐานชัด รถน้ำมัน 1.1 หมื่นคัน ออกจากคลังไม่ส่งปั๊ม

แฉพฤติการณ์ 'กักตุนน้ำมัน' รมว.ยุติธรรม - รองผบ.ตร. แถลงล่าสุด พบหลักฐานชัด 'รถน้ำมัน 1.1 หมื่นคัน' รับน้ำมันออกจากคลังแต่ไม่ส่งปั๊ม

วันนี้ (8 เมษายน 2569) เวลา 14.00 น. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ , นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน , นายสมชาย รัตนสุภา ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงข่าวกรณีตรวจสอบผู้ประกอบการคลังน้ำมันเป้าหมาย ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 2 อาคารกระทรวงยุติธรรม

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เรื่อง มาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยได้ออกคำสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมาตรการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานในมิติทางด้านการปราบปราม ประกอบด้วย กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) และกรมเจ้าท่า ได้ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานและพฤติการณ์ต่าง ๆ ของผู้ค้าน้ำมันทุกระดับ ตั้งแต่ต้นทางไปยังปลายทาง

โดยต้นทาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นผู้ตรวจสอบ สำหรับปลายทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครองเป็นผู้ตรวจสอบ โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก กรมธุรกิจพลังงาน กรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า และกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้สนับสนุนข้อมูล ซึ่งสำหรับในวันนี้มีทั้งหมด 4 ภารกิจที่พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำทีมเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ของจังหวัดระยอง จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดขอนแก่น ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีพฤติการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

แฉพิรุธกักตุนน้ำมัน พบหลักฐานชัด รถน้ำมัน 1.1 หมื่นคัน ออกจากคลังไม่ส่งปั๊ม

 

สำหรับมาตรการและนโยบายที่จะต้องเร่งดำเนินการในระยะนี้ยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. เพิ่มความเข้มงวดกวดขันกรณีการประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเลจากโรงกลั่นในประเทศ (เขตกทม., แหลมฉบัง,มาบตาพุด) ไปคลังน้ำมันขนาดใหญ่ริมทะเล (พื้นที่สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, เพชรบุรี, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี และสงขลา)

2. เพิ่มความเข้มงวดกวดขันกรณีการประวิงหรือปฏิเสธจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง

3. เพิ่มความเข้มการกวดขันการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน

ซึ่งการดำเนินการตามมาตรการนี้ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้กล่าวมาแล้ว ตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงพาณิชย์ กรมการปกครอง กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่าที่ได้ประสานและให้ความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน

แฉพิรุธกักตุนน้ำมัน พบหลักฐานชัด รถน้ำมัน 1.1 หมื่นคัน ออกจากคลังไม่ส่งปั๊ม

 

แฉพิรุธกักตุนน้ำมัน! พบรถน้ำมัน 1.1 หมื่นคัน ออกจากคลังไม่ส่งปั๊ม

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเรื่องกักตุนน้ำมัน มีการกำหนดเป็น 3 เหตุการณ์ คือ 1. การตั้งสมมติฐานว่ามีรถที่รับน้ำมันจากคลังน้ำมันและไม่นำส่งปั๊มน้ำมันว่ามีประมาณกี่คัน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีจำนวน 11,067 คัน โดยดูจากระบบ GPS ก็พบอยู่ที่ จ.อุดรธานี 1 เคส มีรถจำนวนทั้งหมด 10 คัน เฉลี่ยรถ 1 คัน บรรทุกน้ำมัน 40,000 ลิตร ใน 10 คันนี้ที่หน้าปั๊มมีการติดหน้าปั๊มว่าไม่มีน้ำมัน แต่พบว่าเมื่อเช้าวันนี้มีรถ 2 คันได้ไปส่งน้ำมันระหว่างทางที่ จ.ขอนแก่น และไปถ่ายให้รถเล็ก ประเด็นนี้ก็เป็นความผิดชัดเจน 2. และเราได้ไปตรวจสอบในพื้นที่ จ.ระยอง ว่ารถที่มีการรับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม ซึ่งพบว่าเกิดขึ้นที่ จ.ระยอง โดยพบข้อมูลว่าเป็นคลังน้ำมันที่เคยจดทะเบียนเป็นปั๊มแล้วยกเลิกไป

ในส่วนฉากทัศน์ที่ 2 เราพบข้อมูลคลังน้ำมันจำนวน 92 คลัง โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำมันขาด เราต้องดูว่าคลังน้ำมันไหนไม่ได้มีการจ่ายน้ำมัน และไม่ได้จ่ายน้ำมันในช่วงเวลาใด หากดูจากในกราฟจะเห็นจากปริมาณไฟฟ้าที่มีการใช้ โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่างที่ จ.ปทุมธานี เพราะปกติจะมีการใช้ไฟอยู่ที่ 500 กิโลวัตต์ แต่ในวันที่ 9-10 มี.ค. 69 พบว่ามีการใช้ไฟสูงถึง 1,300 กิโลวัตต์ และในวันที่ 26 มี.ค. มีการอัดกระแสไฟฟ้าจ่ายน้ำมันจากคลังสูงถึง 1,600 กิโลวัตต์ แต่พอไปดูน้ำมันคงคลังวันที่ 20-25 มี.ค. พบว่ามีน้ำมันคงคลังเบื้องต้นประมาณ 20 ล้านลิตร ซึ่งจากการจ่ายกระแสไฟฟ้าของแต่ละคลัง ทั้งหมด 92 คลังจะมีการนำข้อมูลส่งต่อดีเอสไอต่อไปว่าการจ่ายไฟสอดคล้องกับการรับจ่ายน้ำมันหรือไม่

ส่วนฉากทัศน์ที่ 3 ราววันที่ 15-17 มี.ค. 69 เราต้องดูว่ามีปั๊มน้ำมันใดที่ปิดให้บริการแล้วแจ้งว่าน้ำมันไม่พอ จึงมอบหมายให้ตำรวจในท้องที่ไปสอบถามปั๊มน้ำมันว่ารับมาจากบริษัทใด แล้วเราจึงนำไปดูว่ารถคันนั้นยังมีการวิ่งส่งน้ำมันหรือไม่ พบข้อมูลในส่วนของพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ที่มีการวิ่งส่งน้ำมันอยู่ แต่รถส่งน้ำมันไม่ได้ส่งให้กับปั๊ม เช่น รถบรรทุกน้ำมันเคยส่งให้กับปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ก็เปลี่ยนเป็นไม่ส่งน้ำมันให้ แม้จะมีรถบรรทุกน้ำมันคอยขนส่งน้ำมันอยู่ก็ตาม

แฉพิรุธกักตุนน้ำมัน พบหลักฐานชัด รถน้ำมัน 1.1 หมื่นคัน ออกจากคลังไม่ส่งปั๊ม