รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม 'หมอชิต 2' รับสงกรานต์ 69 คาดประชาชนเดินทางพุ่ง 1.8 แสนคน กำชับ บขส. คุมเข้มความปลอดภัย - จัดรถให้เพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
วันนี้ (8 เมษายน 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมี นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) คณะผู้บริหาร บขส. ให้การต้อนรับฯ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ 'หมอชิต 2'
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ที่มีวันหยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2569 ดังนั้นจึงได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมก่อนวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 บริเวณโถงอาคารผู้โดยสาร ชานชาลาปล่อยรถโดยสาร ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร และตรวจรถโดยสารที่ให้บริการ ณ บริเวณชานชาลา 2 รวมทั้งสอบถามประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 และทดลองใช้เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ดี ได้กำชับให้ บขส. บริหารจัดการรถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง และมอบหมายให้ บขส. ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยตั้งเป้าหมาย ลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ บนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม
รวมทั้งกำกับผู้ประกอบการรถโดยสารให้กำหนดอัตราค่าโดยสารให้เป็นไปตามที่ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนด การจัดเตรียมสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยเฉพาะในแนวเส้นทางที่รถโดยสาร บขส. และรถร่วมฯ วิ่งให้บริการ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางและปลายทาง เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัยและต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล
สำหรับบรรยากาศการเดินทางพบว่า ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ บขส. คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในเที่ยวไป จากกรุงเทพฯไปต่างจังหวัด ประมาณ 110,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) กว่า 6,300 เที่ยว
ส่วนในวันที่ 9 - 12 เมษายน 2569 คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางประมาณ 140,000 - 180,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) กว่า 7,000 - 8,000 เที่ยว รวมทั้งจัดเตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) หรือ รถเสริม จำนวน 1,200 คัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง และเดินทางถึงปลายทางอย่างปลอดภัย





