งามไส้ โกงโอนเงิน 23 ล้าน จากโรงพยาบาลดังอุดรธานี ป.ป.ท. บุกจับสาวข้าราชการเจ้าหน้าที่การเงิน หลบหนีคดีเปิดร้านขายหมูทอด
กรณีอื้อฉาวงามไส้ "โกงโอนเงิน"เข้าบัญชีตัวเอง กว่า 23 ล้าน จากโรงพยาบาลดังอุดรธานี ป.ป.ท. บุกจับสาวข้าราชการเจ้าหน้าที่การเงิน หลบหนีคดีเปิดร้านขายหมูทอด
ปปท. เขต 4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ จับกุม อดีตเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีของ รพ. เบิกจ่ายเงินไปโดยทุจริต กว่า 23 ล้านบาท
วานนี้ เวลาประมาณ 16.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายจิรวัฒน์ สุภาพ ผอ.ปปท. เขต 4 นายธรรมโรจน์ เงาฉาย ผอ.กลุ่มงานปราบปรามทุจริต2
มอบหมายให้คณะชุดจับกุมปปท. เขต 4 โดย ร.ต.อ. พงศ์พันธ์ วิรัชอารีกุล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ นายสมศักดิ์ บัตรศรี นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ นายนินทนาท ผางจันทดา นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ นางสาวศศินันท์ บุญใหญ่ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ นายกิติบดี จูมปูโล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ นางสาวณัฐฐิดา สัตยารัฐ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ
ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ จับกุมอดีตเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ของรพ. เบิกจ่ายเงินไปโดยทุจริต
พฤติการณ์ในการจับกุม จากการสืบสวนมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี สืบทราบว่าบุคคลตามหมายจับได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ที่เขตอำเภอเมือง จ.ลำพูน และได้หลบหนีมาอาศัยอำเภอเมือง จ. อุตรดิตถ์ จึงได้ให้สายลับเฝ้าติดตามมาเป็นระยะ
สายแจ้งให้ทราบว่าพบมีบุคคลลักษณะคล้ายกับบุุคคลตามหายจับได้มาประกอบอาชีพเปิดร้านขายหมูทอด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีคำหนิรูปพรรณสัณฐาน คล้ายกับบุคคลตามหมายจับจริง
คณะชุดจับกุมนำโดย ผอ.ปปท.เขต 4 จึงได้นำกำลังพร้อมด้วยชุดจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เมื่อไปถึงสถานที่จับกุมพบบุคคลดังกล่าวกำลังขายหมูทอดอยู่ จึงได้เข้าแสดงตัวทำการจับกุมนาง อ. ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ 15 /2568 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2568
นาง อ. เป็นอดีตเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี รับว่าได้กระทำการเพิ่มชื่อบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และเพิ่มจำนวนเงินที่ต้องจ่าย เกินกว่าจำนวนเงินที่ต้องจ่ายจริงเพื่อเข้าบัญชีตนเอง จำนวน 54 ครั้ง (54 กรรม) รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 23,607,498บาท (ยี่สิบสามล้านหกแสนเจ็ดพันสี่ร้อยเก้าสิบแปดบาทถ้วน)
อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 86 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1
ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ความผิดดังกล่าว เกิดจากการกระทำส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด
อ้างอิง ป.ป.ท.





