ค่าฝุ่นเชียงใหม่วันนี้ วิกฤตหนัก ติดอันดับ 1 เมืองที่มีอากาศแย่ที่สุดในโลก พบมีค่า AQI สูงถึง 209 ระดับสีม่วง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน อยู่อย่างลำบาก หายใจไม่เต็มปอด
นาทีนี้ต้องยกการ์ดสูง! ค่าฝุ่นเชียงใหม่วันนี้ ยังวิกฤตหนัก ผงาดขึ้นติดอันดับ 1 เมืองที่มีอากาศแย่ที่สุดในโลก จากการรายงานของ IQAir พบค่าฝุ่นพุ่งสูงถึงระดับ "สีม่วง" มีค่า AQI อยู่ที่ 209 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบาก หายใจไม่เต็มปอด ด้าน คนเชียงใหม่ แห่สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษ ก่อนออกจากบ้าน หลังเริ่มมีอาการแสบตา-หายใจไม่ออกกันถ้วนหน้า ขณะที่อากาศกรุงเทพฯ ติดโผอันดับ 13 โลกด้วยเช่นกัน
เชียงใหม่ยืนหนึ่ง ทุบสถิติอากาศแย่ที่สุดในโลกเช้านี้
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่วันนี้ 7 เมษายน 2569 สภาพเมืองทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกควันสีขาวหม่น แทบมองไม่เห็นทาง จากการตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ IQAir เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา พบว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ ติดอันดับ 1 เมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 209 ซึ่งจัดอยู่ในระดับ "สีม่วง" (Very Unhealthy) หมายถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคนอย่างรุนแรง
สรุปอันดับเมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก (7 เม.ย. 69)
- เชียงใหม่, ประเทศไทย: AQI 209 (ระดับสีม่วง)
- ฮานอย, ประเทศเวียดนาม: AQI 174 (ระดับสีแดง)
- รียาด, ประเทศซาอุดีอาระเบีย: AQI 154 (ระดับสีแดง)
หมายเหตุ กรุงเทพมหานคร ติดอันดับ 13 ของโลก มีค่า AQI อยู่ที่ 105 (ระดับสีส้ม)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบนท้องถนนในตัวเมืองเชียงใหม่ ประชาชนต่างตื่นตัวสวมใส่หน้ากากอนามัยชนิด N95 และหน้ากากทั่วไป เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย หลายคนเริ่มบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าเริ่มมีอาการ "หายใจไม่สะดวก" และ "แสบตาอย่างหนัก" แม้จะอยู่ในอาคารก็ตาม
ทางด้านหน่วยงานสาธารณสุขได้ออกมาเตือนอย่างเร่งด่วน ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นที่ได้มาตรฐานอย่างเคร่งครัด
จับตามาตรการแก้ปัญหา ฝุ่นเหนือยังวิกฤต ไร้วี่แววคลี่คลาย
แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ด้วยปัจจัยทางสภาพอากาศและการเผาในที่โล่งที่ยังคงมีอยู่ ทำให้ ค่าฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือตอนบนยังคงจมดิ่งอยู่ในขั้นวิกฤต
ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อ้างอิง-ภาพ : ธิติ วรรณมณฑา (Thiti Wannamontha) , NationPhoto





