เปิดประวัติ "วันจักรี 2569" 6 เมษายน รำลึกมหากรุณาธิคุณ ปฐมกษัตริย์แห่งสยาม วันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์แรกแห่ง ราชวงศ์จักรี
6 เมษายน เปิดประวัติและความสำคัญ "วันจักรี 2569" รำลึกมหากรุณาธิคุณ ปฐมกษัตริย์แห่งสยาม เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์แรกแห่ง "ราชวงศ์จักรี" พร้อมย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญวันก่อตั้ง "มหาจักรีบรมราชวงศ์"
6 เมษายน "วันจักรี" รำลึกมหากรุณาธิคุณ ปฐมกษัตริย์แห่งสยาม
วันที่ 6 เมษายน 2569 นี้ ตรงกับ "วันจักรี" หรือวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งปีนี้ตรงกับ วันจันทร์ รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเป็น วันหยุดราชการและวันหยุดธนาคาร เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
วันสำคัญนี้มีจุดเริ่มต้นจากการเสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของยุครัตนโกสินทร์ที่รุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ จากดาบสู่ราชบัลลังก์ การก่อตั้ง "มหาจักรีบรมราชวงศ์"
ย้อนกลับไปในช่วงสิ้นสุดสมัยธนบุรี บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ต้องเร่งฟื้นฟู พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงรับอัญเชิญขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น และตัดสินพระราชหฤทัยครั้งสำคัญในการ ย้ายราชธานีจากฝั่งธนบุรี มายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา
เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นตามมาคือ
- พิธียกเสาหลักเมือง: สถาปนา “กรุงเทพมหานคร” เป็นราชธานี
- การสร้างพระบรมมหาราชวัง: ศูนย์กลางการปกครองที่สง่างาม
- การสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว): เพื่อประดิษฐานพระแก้วมรกต คู่บ้านคู่เมือง
รู้หรือไม่? นาม "กรุงเทพมหานคร..." ที่เราเรียกกันสั้นๆ คือชื่อเมืองที่ยาวที่สุดในโลก "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"
โดยมีความหมายว่า “พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร อันเป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครสามารถรบชนะ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้ว 9 ประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง มีพระราชนิเวศน์ใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้” ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงเปลี่ยนจาก “บวรรัตนโกสินทร์” มาเป็น “อมรรัตนโกสินทร์” อย่างที่ใช้ในปัจจุบัน
เปิดที่มาพระนาม "จักรี" และความหมายที่ซ่อนอยู่ในสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์
หลายคนอาจสงสัยว่าชื่อ "จักรี" มีที่มาจากไหน? แท้จริงแล้วมีที่มาจากบรรดาศักดิ์เดิมของรัชกาลที่ 1 คือ “เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์” ในสมัยกรุงธนบุรี
คำว่า "จักรี" ยังมีความหมายลึกซึ้ง พ้องเสียงกับคำว่า “จักร” และ “ตรี” ซึ่งเป็นเทพอาวุธของพระนารายณ์ พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง "พระแสงจักรและพระแสงตรี" ไว้เป็นสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์จักรีสืบมาจนถึงวันนี้
จาก "ปราสาทพระเทพบิดร" ถึงประเพณีการถวายบังคมที่สืบทอดกันมา
ธรรมเนียมการถวายบังคมพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2416 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่โปรดให้หล่อพระบรมรูปของอดีตพระมหากษัตริย์ 4 พระองค์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช , พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย , พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว , พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีการย้ายสถานที่ประดิษฐานหลายครั้ง จนมาถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ได้อัญเชิญมาไว้ ณ ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระแก้ว
เมื่อการซ่อมแซมและประดิษฐานพระบรมรูปทั้ง 5 รัชกาล (ในขณะนั้น) สำเร็จลงในเดือนเมษายน พ.ศ. 2461 จึงมีพระบรมราชโองการให้ตั้งพระราชพิธีถวายบังคม และประกาศให้วันที่ 6 เมษายน เรียกว่า "วันจักรี" อย่างเป็นทางการ





