วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ปภ. ลุยดอยสะเก็ด งัด 'ป่าเปียก' ศาสตร์พระราชา สยบไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5

ปภ. ลุยดอยสะเก็ด งัด 'ป่าเปียก' ศาสตร์พระราชา สยบไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5

ปภ. ลงพื้นที่เชียงใหม่ นำเครื่องจักรกลกู้ภัยสู้ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ชูศาสตร์พระราชาสร้าง 'ป่าเปียก' แนวกันไฟธรรมชาติ แก้ปัญหายั่งยืน 17 จังหวัดภาคเหนือ

วันนี้ (5 เม.ย. 69) อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 เน้นย้ำการใช้เครื่องจักรกลสาธารณภัยควบคู่ภูมิปัญญา "ป่าเปียก" เร่งสร้างแนวกันไฟธรรมชาติครอบคลุม 17 จังหวัดภาคเหนือ

เกาะติดสถานการณ์ไฟป่าดอยสะเก็ด

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางลงพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหา ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยมี นางสลีลญา คำภาแก้ว นายอำเภอดอยสะเก็ด และภาคีเครือข่าย ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์

ในการนี้ อธิบดี ปภ. ได้มอบเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย KN95 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการภาคสนามที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

บูรณาการเครื่องจักรกลสาธารณภัย (เขต 10 ลำปาง)

ปภ. ได้ระดมสรรพกำลังและทรัพยากรจาก ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง เข้าสนับสนุนพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ประกอบด้วย:

  • การสร้างแนวกันไฟ : ใช้เครื่องจักรกลหนักเปิดทางและจัดการเชื้อเพลิง
  • การเพิ่มความชุ่มชื้น : ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ
  • การสนับสนุนงบประมาณ : เดินหน้าสนับสนุนพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

ชูศาสตร์พระราชา "ป่าเปียก" แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

อธิบดี ปภ. เน้นย้ำว่าการจัดการภาวะฉุกเฉินต้องทำควบคู่ไปกับการป้องกันเชิงรุก โดยการนำ ศาสตร์พระราชา มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ผืนป่าในระยะยาว ดังนี้:

  1. สร้างป่าเปียก (Wet Fire Break) : ใช้ระบบส่งน้ำและพืชชุ่มน้ำสร้างแนวกันไฟธรรมชาติ
  2. หลุมขนมครกและการห่มดิน : เทคนิคกักเก็บความชื้นและลดการสะสมของเชื้อเพลิงแห้ง
  3. เกษตรปลอดการเผา : ส่งเสริมเครือข่ายความรู้ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร

"การแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่การดับไฟเมื่อเกิดเหตุ แต่คือการบริหารจัดการพื้นที่ป่าให้มีความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ เพื่อหยุดยั้งปัญหาจากต้นทางอย่างยั่งยืน"

ช่องทางการแจ้งเหตุไฟป่า 24 ชั่วโมง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นเหตุไฟป่า หรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์หมอกควัน สามารถแจ้งเหตุได้ทันทีที่:

  • สายด่วนนิรภัย 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
  • แอปพลิเคชัน "พ้นภัย" เพื่อการประสานงานที่รวดเร็วและแม่นยำ