วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ปภ. ลุยสร้าง 'ป่าเปียก' สกัดไฟป่าเชิงรุก ลดฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ

ปภ. ลุยสร้าง 'ป่าเปียก' สกัดไฟป่าเชิงรุก ลดฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ

ปภ. ระดมเครื่องจักรกล-เทคโนโลยี ส่งน้ำขึ้นพื้นที่สูง สร้างแนว 'ป่าเปียก' ป้องกันไฟป่าลุกลาม - ลดฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ

วันนี้ (4 เมษายน 2569) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (อธิบดี ปภ.) ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง ติดตามการนำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลสาธารณภัยสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า ชูแนวคิด 'ป่าเปียก' สร้างความชุ่มชื้นป้องกันภัยเชิงรุก พร้อมขานรับนโยบายปลัดกระทรวงมหาดไทย ประสานปฏิบัติการยกระดับ 4 มาตรการคุมเข้ม '17 จังหวัดภาคเหนือ' เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชน

ปภ. ลุยสร้าง 'ป่าเปียก' สกัดไฟป่าเชิงรุก ลดฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ

 

อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการด่วนที่สุดให้ยกระดับมาตรการบริหารจัดการสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้เร่งระดมทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยและบุคลากร เข้าสนับสนุนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนืออย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยจัดการในพื้นที่เข้าถึงยาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ปภ. ได้ติดตามโครงการสำคัญในสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า ตามแนวคิด 'ป่าเปียก' หรือ Wet Fire Break ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นทฤษฎีป้องกันไฟป่าอย่างยั่งยืน โดยการสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่าอย่างเป็นระบบ ช่วยลดโอกาสการเกิดไฟป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยไม่ต้องมุ่งเน้นแค่การดับไฟ

ปภ. ลุยสร้าง 'ป่าเปียก' สกัดไฟป่าเชิงรุก ลดฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง ได้นำทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล (Hytrans Fire System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการส่งน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยป่าบนที่สูง เพื่อสร้าง 'ป่าเปียก' หรือการสร้างแนวกันไฟด้วยความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นการป้องกันเชิงรุกไม่ให้เกิดการลุกลามของไฟป่า รวมถึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศเพื่อดักจับฝุ่นละอองในพื้นที่

โดยที่จังหวัดเชียงใหม่ ปภ. ได้สนับสนุนจังหวัดทำ 'ป่าเปียก' ใน 5 พื้นที่ ครอบคลุมจุดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม, วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด, ศูนย์พุทธธรรมหนองฮ่อ อ.เมืองฯ, วัดพระบาทตีนตก อ.สันทราย และพื้นที่โครงการระบบกักเก็บน้ำในถ้ำ ถ้ำห้วยลึก อ.เชียงดาว โดยตั้งเป้าลดจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ซึ่งโครงการป่าเปียกเชียงใหม่ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569

'กรม ปภ. ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการดับไฟเมื่อเกิดเหตุเท่านั้น แต่เรากำลังใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลมาปรับใช้ในเชิงป้องกันตามแนวคิดป่าเปียก เพื่อสร้างเกราะป้องกันธรรมชาติให้เข้มแข็งขึ้น เจ้าหน้าที่ทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อเร่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย' อธิบดี ปภ. กล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นสถานการณ์ไฟป่า หรือได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหมอกควัน สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือแอปพลิเคชัน : Thai Disaster Alert เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการระงับเหตุโดยทันที

ปภ. ลุยสร้าง 'ป่าเปียก' สกัดไฟป่าเชิงรุก ลดฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ