สรุปค่าโดยสารใหม่! กรมขนส่งฯ ไฟเขียวขึ้นค่าตั๋วรถเมล์-รถตู้ เริ่ม 6 เม.ย. 69 รับมือน้ำมันพุ่ง แต่ยังตรึงราคาช่วงสงกรานต์ 6-19 เม.ย. นี้ เช็กรายละเอียดด่วน!
นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการขนส่ง โดยต้นทุนเชื้อเพลิงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของต้นทุนการเดินรถทั้งหมด ทำให้เมื่อปัจจุบันเกิดภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงผันผวน พบว่าผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะได้ลดเที่ยววิ่งลงถึงร้อยละ 20 จากในสถานการณ์ปกติ การลดเที่ยววิ่งดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่ต้องใช้บริการรถโดยสาร โดยเฉพาะในขณะนี้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีประชาชนเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบกมีมาตรการรับมือราคาน้ำมันผันผวน ดังนี้
1. เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้มีมติให้มีการปรับราคาค่าโดยสาร ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 ดังนี้
รถโดยสารประจำทางหมวด 2 และ 3
- รถโดยสารขนาดใหญ่ ปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น หากมีการเดินทาง 100 กิโลเมตร ก็จะปรับขึ้น 5 บาท ต่อที่นั่ง เป็นต้น
- รถตู้โดยสารสาธารณะ และรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก (มินิบัส) ปรับขึ้น 2 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น หากมีการเดินทาง 100 กิโลเมตร ก็จะปรับขึ้น 2 บาท ต่อที่นั่ง เป็นต้น
รถโดยสารประจำทางหมวด 4 กรุงเทพมหานคร (รถสองแถว)
- รถใหม่ มีอายุไม่เกิน 2 ปี ปรับขึ้น 1 บาทต่อที่นั่ง
- รถเกิน 2 ปี ปรับขึ้น 2 บาทต่อที่นั่ง
สำหรับรถโดยสารประจำทางหมวด 1 และ 4 ต่างจังหวัด
- การกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอำนาจคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดพิจารณาขึ้นค่าโดยสารโดยใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละพื้นที่
โดยการพิจารณาขึ้นค่าโดยสารใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณร่วมด้วย ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index - CPI), ดัชนีค่าพลังงาน (Energy Index) และค่าจ้างแรงงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระยะยาวสำหรับผู้ประกอบการ โดยโครงสร้างราคาใหม่นี้จะถูกปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันแบบเดือนต่อเดือน ซึ่งสามารถปรับขึ้นและลงตามสถานการณ์ที่แท้จริงของต้นทุนพลังงาน หากสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มลดลงก็จะปรับลดค่าโดยสารลงเช่นเดียวกัน เพื่อให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดัชนีทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
2. กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบก และบริษัท ขนส่ง จำกัด ดำเนินโครงการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 โดยตรึงราคาค่าโดยสารสำหรับประชาชนที่เดินทางด้วยรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด และรถร่วมฯ ที่ให้บริการในเส้นทางหมวด 2 และ 3 ตั้งแต่วันที่ 6 - 19 เมษายน 2569 ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่ได้สำรองซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าไว้แล้ว สามารถเดินทางด้วยอัตราค่าโดยสารเดิมที่ได้มีการชำระเงินไว้แล้ว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเป็นการส่งเสริมการใช้รถโดยสารสาธารณะ ที่มีการกำกับ ดูแล ทั้งด้านตัวรถ และผู้ขับรถ ตลอดการเดินทาง โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
3. ด้านการขนส่งสินค้า จัดทำ “ดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล” (Diesel Fuel-Based Transport Freight Cost Index: DFCI) เพื่อเป็นค่าดัชนีที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนที่แปรผันตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้ประกอบการขนส่งทางถนนสามารถนำดัชนี DFCI ไปใช้เป็นกรอบอ้างอิง (Benchmark) ประกอบการพิจารณาตกลงค่าขนส่งสินค้ากับผู้ว่าจ้าง
กรมการขนส่งทางบกขอขอบคุณผู้ประกอบการขนส่ง ที่มีความพยายามอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือในการเดินรถเพื่อให้ประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม ตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้อนุมัติปรับราคาค่าโดยสาร 5 สตางค์ ไปก่อนหน้านี้ โดยใช้ฐานราคาน้ำมันดีเซลในการคำนวณที่ 38.99 บาทต่อลิตร (ณ วันที่ 30 มี.ค. 69) จากเดิมที่ใช้ฐานราคาน้ำมันดีเซลที่ราคา 34.99 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันได้มีการปรับตัวสูงขึ้นไปที่ 44.24 บาทต่อลิตรแล้ว (ณ วันที่ 2 เม.ย. 69) หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวน กรมการขนส่งทางบกจะต้องพิจารณาทบทวนอัตราค่าโดยสารให้สะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมกันนี้ กรมฯ ขอให้คำมั่นว่าจะบริหารจัดการและกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไป
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกประสาน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อจัดเตรียมสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะในแนวเส้นทางที่รถโดยสาร บขส. และรถร่วมฯ วิ่งให้บริการ ตั้งแต่ต้นทางและปลายทางเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการ สนับสนุนให้สามารถเดินหน้าให้บริการ รับ - ส่ง พี่น้องประชาชนเดินทางตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างราบรื่นต่อไป โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด





