วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

จับเครือข่าย 'ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ' พร้อมของกลาง 'ค่างแว่นถิ่นใต้' โยงขบวนการชาวอินเดีย

จับเครือข่าย 'ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ' พร้อมของกลาง 'ค่างแว่นถิ่นใต้' โยงขบวนการชาวอินเดีย

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ผนึก บก.ปทส. ทลายเครือข่าย 'ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ' ขยายผลรวบผู้ต้องหาพร้อมของกลาง 'ค่างแว่นถิ่นใต้' โยงขบวนการชาวอินเดีย

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผนึกกำลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ทลายเครือข่าย 'ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ' ขยายผลรวบผู้ต้องหาพร้อม 'ค่างแว่นถิ่นใต้' โยงขบวนการชาวอินเดีย

จับเครือข่าย 'ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ' พร้อมของกลาง 'ค่างแว่นถิ่นใต้' โยงขบวนการชาวอินเดีย

 

วันนี้ (2 เมษายน 2569) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงความสำเร็จในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า ตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมด้านสัตว์ป่าอย่างจริงจัง

จับเครือข่าย 'ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ' พร้อมของกลาง 'ค่างแว่นถิ่นใต้' โยงขบวนการชาวอินเดีย

 

นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า รายงานว่า ได้มอบหมายให้ นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (ผอ.ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า) และนายนาวี ช้างภิรมย์ ผู้อำนวยการส่วนประสานความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติ (หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง) ประสานความร่วมมือกับ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดย กก.5 บก.ปทส. เข้าดำเนินการจับกุมขบวนการลักลอบขาย 'ค่างแว่นถิ่นใต้'

การดำเนินการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายลักลอบส่งออกสัตว์ป่าชาวอินเดีย จำนวน 6 ราย เมื่อช่วงต้นปี 2567 และการจับกุมตัวการสำคัญที่เป็นหญิงชาวอินเดียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การตรวจพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้าชาวไทย ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันปฏิบัติการจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้ 2 ราย พร้อมของกลาง 'ค่างแว่นถิ่นใต้' จำนวน 1 ตัว (จำหน่ายในราคา 90,000 บาท) และยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดในพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรสงคราม เข้าขยายผลตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม พบสัตว์ป่าประเภท เต่าซูคาต้า 3 ตัว มาราปาตาโกเนีย 2 ตัว และคาปิบาร่า 6 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าควบคุมที่มิต้องแจ้งการครอบครอง และไม่พบสัตว์ที่ผิดกฎหมายเพิ่มเติม ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาได้รับซื้อค่างแว่นถิ่นใต้มาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเตรียมส่งต่อให้กับเครือข่าย

เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17 ฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 29 ฐานค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางและอุปกรณ์การกระทำผิด ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับค่างแว่นถิ่นใต้ของกลางได้ส่งมอบให้กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับไปดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ จะยังคงเดินหน้าประสานงานกับ บก.ปทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและยับยั้งการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

จับเครือข่าย 'ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ' พร้อมของกลาง 'ค่างแว่นถิ่นใต้' โยงขบวนการชาวอินเดีย