วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ลุยเชียงใหม่-ตรัง บุกจับข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ยึดทรัพย์ฟอกเงินค้ายา

ลุยเชียงใหม่-ตรัง บุกจับข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ยึดทรัพย์ฟอกเงินค้ายา

เปิดปฏิบัติการ ป.ป.ส. ลุยเชียงใหม่-ตรัง สนธิกำลังบุกจับข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ อายัดยึดทรัพย์ ร่วมกันฟอกเงินแก๊งค้ายาเสพติด

เปิดปฏิบัติการ ป.ป.ส. ลุยเชียงใหม่-ตรัง สนธิกำลังบุกจับ ข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ อายัดยึดทรัพย์ร่วมกันฟอกเงินแก๊งค้ายาเสพติด

เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด มุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน

แนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น จะไม่มีการปกป้องเจ้าหน้าที่หากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในทุกบริบท ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับข้ามชาติ โดยจะถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด

รวมถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินมาใช้ตรวจสอบและดำเนินคดี เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อส่งสัญญาณว่าหน่วยงานของรัฐต้องสะอาดและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” จำนวน 2 จุดในพื้นที่ จ.ตรัง และ จ.เชียงราย ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 คน

ลุยเชียงใหม่-ตรัง บุกจับข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ยึดทรัพย์ฟอกเงินค้ายา

ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในคดีวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมไอซ์ 496 กก. ที่ จ.เชียงใหม่ โดยยาเสพติดซุกซ่อนมากับสินค้าเกษตร เตรียมลำเลียงไปยังตลาดไท จ.ปทุมธานี

ภายหลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 13 ราย มีบทบาทเกี่ยวกับการลำเลียงยาเสพติด และ บทบาททางด้านการเงิน และเมื่อเดือนมกราคม 2569 สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ จ.พะเยา

ลุยเชียงใหม่-ตรัง บุกจับข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ยึดทรัพย์ฟอกเงินค้ายา

และจากการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลที่ถูกออกหมายจับ 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการด้านการเงินให้เครือข่ายยาเสพติดเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้

นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ถูกออกหมายจับรายอื่น ๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันวางแผนเพื่อสืบสวนจับกุม รายละเอียดผลปฏิบัติการดังนี้

ผู้ต้องหารายที่ 1 ชุดปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. จับกุม นางสาว อ. เจ้าหน้าที่รัฐ สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 797/2569 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด อันมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมและสมคบกันฟอกเงิน

ลุยเชียงใหม่-ตรัง บุกจับข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ยึดทรัพย์ฟอกเงินค้ายา

นางสาว อ. มีบทบาทดำเนินการเรื่องการเงินให้กับบุคคลในเครือข่ายการค้ายาเสพติด อีกทั้งยังมีการว่าจ้างบุคคลให้จัดหาบุคคลมาเปิดบัญชีธนาคาร(บัญชีม้า)เพื่อใช้ในการรับโอนเงินค่ายาเสพติด เหตุเกิดที่ ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน ได้แก่ รถยนต์ 1 คัน บัญชีธนาคาร 3 บัญชี โฉนดที่ดิน 5 แปลง (ในพื้นที่ จ. ตรัง) รวมมูลค่าประมาณ 2,000,000 บาท

ลุยเชียงใหม่-ตรัง บุกจับข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ยึดทรัพย์ฟอกเงินค้ายา

ผู้ต้องหารายที่ 2 สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ร่วมกับ สภ.แม่สาย และ ภ.จว.เชียงราย จับกุม นาย ว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 798/2569 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด อันมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมและสมคบกันฟอกเงิน เหตุเกิดที่ บ้านพักในพื้นที่ ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายวีรกรฯ มีบทบาทเป็นผู้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้กับเครือข่ายการค้ายาเสพติดเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นผู้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและเปิดซิมการ์ด โดยได้รับค่าจ้าง จำนวน 10,000 บาท

ในระยะเวลา 5 เดือน หลังคดีการจับกุมดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี ดำเนินการสืบสวนขยายผล จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 13 ราย ปัจจุบันดำเนินการจับกุมแล้ว จำนวน 5 ราย

พันตำรวจตรี สุริยา เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สิ่งที่วิกฤตและเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด คือ การที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ทั้งการสนับสนุน เอื้อประโยชน์ หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้ายาเสพติด พร้อมย้ำภายใต้ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” จะขุดรากถอนโคน เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดทุกระดับ โดยไม่มีการละเว้น

ลุยเชียงใหม่-ตรัง บุกจับข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ยึดทรัพย์ฟอกเงินค้ายา

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดที่จะนำมาบังคับใช้เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การดำเนินการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ยืนยันว่าภาครัฐจะกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด ไม่ละเว้นผู้กระทำผิด และเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพราะเครื่องแบบมีไว้ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ใช้เป็นเกราะกำบังในการทำผิดกฎหมาย

 

อ้างอิง ป.ป.ส.