ชาวประมงเช็กด่วน! กรมประมงสั่งปิดอ่าวอันดามัน 69 พื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ เริ่ม 1 เม.ย. นี้ เปิดลิสต์ 13 เครื่องมือที่ยังใช้ได้ พร้อมเงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนออกเรือ!
กรมประมง เตรียมบังคับใช้มาตรการ “ปิดอ่าวอันดามัน” ประจำปี 2569 เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,600 ตารางกิโลเมตร ใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต, พังงา, กระบี่ และตรัง มุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศทางทะเล
มาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำทางเศรษฐกิจในช่วงวงจรชีวิตที่สำคัญที่สุด ซึ่งมีรายละเอียดพื้นที่ครอบคลุมดังนี้:
- พื้นที่ : รวม 4,696 ตารางกิโลเมตร
- ขอบเขต : ตั้งแต่ปลายแหลมพันวา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ไปจนถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
- ระยะเวลา : 3 เดือน (เมษายน - มิถุนายน ของทุกปี)
13 เครื่องมือประมงที่ "อนุญาต" ให้ใช้ได้ในช่วงปิดอ่าว
เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้านยังสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้ กรมประมงได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับเครื่องมือบางประเภทที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการวางไข่ของสัตว์น้ำอย่างรุนแรง ดังนี้:
1. อวนลากแผ่นตะเฆ่ : ที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 14 เมตร และทำการประมงในเวลากลางคืนนอกเขตทะเลชายฝั่ง
2. อวนล้อมจับปลากะตัก : ทำการประมงเฉพาะในเวลากลางวัน และนอกเขตทะเลชายฝั่ง
3. อวนติดตาปลา : ขนาดช่องตาอวนตั้งแต่ 4.7 เซนติเมตรขึ้นไป ความยาวอวนไม่เกิน 2,500 เมตรต่อเรือประมง 1 ลำ
4. อวนปู อวนลอยกุ้ง อวนหมึก
5. อวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก : ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) นอกเขตทะเลชายฝั่ง
6. ลอบปู : ขนาดตาอวนโดยรอบตัวลอบไม่น้อยกว่า 2.5 นิ้ว ไม่เกิน 300 ลูกต่อเรือ 1 ลำ
7. ลอบหมึก ทุกชนิด
8. ซั้ง : ทุกชนิดที่ใช้ประกอบการประมงพื้นบ้านในเขตทะเลชายฝั่ง
9. คราดหอย : ประกอบเรือกล ความยาวเรือไม่เกิน 18 เมตร หน้ากว้างปากคราดไม่เกิน 3.5 เมตร
10. อวนรุนเคย
11. จั่น, ยอ, สวิง, แห, เบ็ด, สับปะนก, ขอ, ลอบ, ฉมวก และแผงยกปูจั๊กจั่น
12. เครื่องมืออื่นที่ไม่ใช้ประกอบเรือกล ขณะทำการประมง
13. เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส : ที่ใช้เครื่องยนต์กำลังแรงม้าไม่ถึง 280 แรงม้า (เฉพาะบางเงื่อนไข)
บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน
กรมประมงเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบการกระทำผิดจะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท หรือปรับเป็นจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำ ที่ได้จากการทำประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
"ร่วมกันคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ท้องทะเล เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีกิน มีใช้อย่างยั่งยืน"
ประชาชนและชาวประมงสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศกรมประมง หรือสแกน QR Code จากสื่อประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานในพื้นที่





