แพทย์ มช. เตือน อันตรายค่าฝุ่นสูง PM 2.5 เป็นปัจจัยกระตุ้น "มะเร็งปอด" เผยงานวิจัยสุดช็อก สูด PM 2.5 ต่อเนื่องเพียง 3 ปี กระตุ้นยีนกลายพันธุ์ทำมะเร็งปอดถามหา
เกาะติดวิกฤตฝุ่นพิษที่ทุกคนต้องเฝ้าระวัง และดูแลตัวเองให้ดี ล่าสุด แพทย์ มช. ออกโรงเตือน อันตราย"ค่าฝุ่นสูง PM 2.5" เป็นปัจจัยกระตุ้น "มะเร็งปอด" ย้ำมลพิษทางอากาศภาคเหนือวิกฤตสะสมกว่า 10 ปี เผยงานวิจัยสุดช็อก สูด PM 2.5 ต่อเนื่องเพียง 3 ปี กระตุ้นยีนกลายพันธุ์ทำมะเร็งปอดถามหา พบกลุ่มเสี่ยงใหม่ "ผู้หญิงเอเชียอายุน้อย" แม้ประวัติไม่เคยสูบบุหรี่ก็รอดอยาก
ระเบิดเวลา 10 ปี วิกฤตเชียงใหม่-ภาคเหนือ ฝุ่นสีม่วงไม่ใช่เรื่องเล่น
ผศ.พญ.ธนิกา เกตุเผือก หน่วยวิชามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหามลภาวะทางอากาศของเชียงใหม่ รวมถึงหลาย ๆ จังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทย มีมานานกว่า 10 ปี และมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา
มลภาวะทางอากาศในระดับรุนแรงที่ดูกันง่าย ๆ จาก Air quality index (AQI) ว่าเป็นสีแดง สีม่วงนั้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน ทั้งโรคทางเดินหายใจ โรคทางหลอดเลือดสมองและหัวใจ และแน่นอนคือมะเร็งปอด
สำหรับ Particulate matter (PM) 2.5 คือ วัตถุที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ก็คือเล็กกว่ามิลลิเมตรพันเท่า เลยสามารถลงไปในปอดส่วนลึกได้
ลบภาพจำเดิมๆ ไม่สูบบุหรี่ก็เป็นมะเร็งปอดได้ เพราะ "ยีนกลายพันธุ์"
มะเร็งปอด คนทั่วไปจะเข้าใจว่าสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ เป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง มีความสัมพันธ์กัน ยิ่งสูบเยอะ สูบนาน ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งปอด
แต่ปัจจุบันพบว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่สามารถเป็นมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกัน และพบได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในคนที่มีอายุน้อย เพศหญิงและเป็นชาวเอเชียตะวันออก
เริ่มแรกตั้งแต่ปี 2009 มีการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้ป่วยที่มีลักษณะเช่นนี้ สัมพันธ์กับยีนกลายพันธุ์ที่เรียกว่า EGFR แต่สาเหตุของการเกิดมะเร็งปอดในผู้ป่วยกลุ่มนี้นั้น มีหลายปัจจัยส่งเสริม เช่น พันธุกรรม เชื้อชาติ การได้รับสารก่อมะเร็ง และมลภาวะทางอากาศ
เปิดตัวเลขสุดสะพรึง สูดฝุ่นพิษสะสม 3 ปี เสี่ยงมะเร็งพุ่ง 1.08 เท่า
มีการศึกษาพบว่า ทุกๆ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้น 1 ไมโครกรัมมิลลิเมตร ทำให้อุบัติการณ์ของ มะเร็งปอดที่มียีนกลายพันธุ์ EGFR เพิ่มขึ้น ทั้งจากประชากรในประเทศอังกฤษ เกาหลีใต้และไต้หวัน และพบว่าผู้ที่ได้รับมลภาวะทางอากาศสูงเป็นเวลา 3 ปี เกิดมะเร็งปอดที่มียีนกลายพันธุ์ EGFR มากกว่าผู้ที่ได้รับมลภาวะทางอากาศน้อย 1.08 เท่า ดังนั้นหากอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีมลภาวะทางอากาศสูง 3 ปีก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งปอดชนิดนี้
เจาะลึกกลไกฝุ่นพิษ PM 2.5 ปลุกเซลล์มะเร็งให้ตื่นจากการหลับใหล
จากการศึกษาในหนูพบว่า PM เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งปอดในหนูที่มียีนกลายพันธุ์ EGFR และ KRAS อยู่แล้ว โดยกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มขึ้นของเซลล์ที่มียีนกลายพันธุ์ทั้งในปอดปกติที่ยังไม่เกิดมะเร็งและในรอยโรคที่มีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งในอนาคต ผ่านการกระตุ้นการอักเสบและการสร้างสารอักเสบ (Inflammatory cytokines) IL-1B
นอกจากนี้การศึกษาที่นำเนื้อเยื่อจากปอดปกติของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งและผู้ป่วยที่มีก้อนเล็ก ๆ ที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง 295 คน มาตรวจ พบว่า 18% ของเนื้อเยื่อปอดปกตินี้มียีนกลายพันธุ์ EGFR อยู่แล้ว และ 53% มียีนกลายพันธุ์ KRAS
PM 2.5 คือ "ตัวกระตุ้น" ไม่ใช่ "สาเหตุเดียว" แต่เลี่ยงได้ควรเลี่ยง
ดังนั้นจากการศึกษาทั้งหมดที่กล่าวมา สรุปได้ว่า PM 2.5 เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมะเร็งปอด โดยเฉพาะในคนที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR และ KRAS อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า PM 2.5 นั้นเป็น “ปัจจัยกระตุ้น” ไม่ใช่สาเหตุ และในปัจจุบันเราไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่า ในผู้ป่วยคนหนึ่งที่เป็นมะเร็งปอดนั้นมีสาเหตุจากอะไรได้แน่นอน เนื่องจากกระบวนการเกิดมะเร็งดังกล่าวซับซ้อนและเกิดได้จากหลายปัจจัยกระตุ้นดังที่กล่าวไว้ข้างต้น
วิธีเอาตัวรอดจากฝุ่นมรณะ
เมื่อทราบดังนี้แล้ว จึงไม่ควรอยู่ในบริเวณที่มีมลภาวะทางอากาศสูง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรใส่หน้ากากที่ป้องกัน PM 2.5 ได้แก่ หน้ากาก N95 เป็นต้นไป จึงจะสามารถกรองอนุภาคเหล่านี้ได้ งดกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ในอาคารและเปิดเครื่องฟอกอากาศ
อ้างอิง-ภาพ : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่





