วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ขนส่งทางบก จ่อขึ้นค่ารถเมล์-บขส. แบบขั้นบันได รับมือน้ำมันพุ่ง

ขนส่งฯ จ่อขึ้นค่าโดยสารแบบขั้นบันได กม. ละ 5 สตางค์ รับมือน้ำมันพุ่ง! พร้อมกางสูตรค่า K คุมเข้มรถบรรทุกห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาขนส่ง เช็กรายละเอียดมาตรการที่นี่

กรมการขนส่งทางบก เล็งปรับขึ้นค่ารถโดยสารสาธารณะกิโลเมตรละ 5 สตางค์ ช่วยผู้ประกอบการให้อยู่รอด พร้อมกางสูตรค่า K คุมเข้มรถบรรทุก ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาขนส่งเกินจริง

วิกฤตพลังงานพ่นพิษ ขนส่งฯ เร่งหาทางออกช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าที่ผ่านมาภาครัฐได้พยายามอุดหนุนราคาพลังงานผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน แต่ด้วยสถานการณ์โลกที่ผันผวนและไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับทั้งในส่วนของรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารสาธารณะ

กางมาตรการดูแล "รถบรรทุก" ใช้สูตรค่า K คุมราคาขนส่ง

เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นค่าบริการขนส่งสินค้าเกินควรในช่วงน้ำมันแพง กรมการขนส่งทางบกเตรียมออกมาตรการ "ราคามาตรฐานควบคุม" โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • อ้างอิงสูตรคำนวณค่า K (Escalation Factor) : ใช้เกณฑ์เดียวกับกรมทางหลวงเพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล
  • ปรับขึ้น-ลงตามจริง : หากราคาน้ำมันปรับขึ้น 10% ค่าขนส่งจะปรับขึ้นตามสัดส่วนที่กำหนด และหากราคาน้ำมันลดลง ค่าขนส่งต้องปรับลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานเช่นกัน

จ่อปรับค่ารถโดยสาร "ขั้นบันได" เริ่มต้น กม. ละ 5 สตางค์

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ กรมการขนส่งทางบกเตรียมเสนอข้อมูลต่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เพื่อพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารในลักษณะ "ค่อยเป็นค่อยไป" เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน โดยมีแนวทางปรับเพิ่มดังนี้:

  • ทุกๆ 1 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสารที่ปรับเพิ่มขึ้น 5 สตางค์
  • ระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสารที่ปรับเพิ่มขึ้น 5 บาท
  • ระยะทาง 200 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสารที่ปรับเพิ่มขึ้น 10 บาท
  • ระยะทาง 300 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสารที่ปรับเพิ่มขึ้น 15 บาท
  • ระยะทาง 400 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสารที่ปรับเพิ่มขึ้น 20 บาท

"การปรับราคาในรูปแบบขั้นบันไดนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการเดินรถสามารถพยุงธุรกิจต่อไปได้ ในขณะที่ฝั่งประชาชนผู้ใช้บริการก็จะไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงจนเกินไป" นายสรพงศ์ กล่าวสรุป