วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

อ้างบริษัทดัง ใช้เฟซบุ๊กหลอกขายมือถือ เงินหมุนเวียน 15 ล้าน

อ้างบริษัทดัง ใช้เฟซบุ๊กหลอกขายมือถือ เงินหมุนเวียน 15 ล้าน

บุกบางบอนจับสาวแสบ เอี่ยวมิจฉาชีพแอบอ้างบริษัทดัง ใช้เฟซบุ๊กหลอกขายมือถือ เงินหมุนเวียน 15 ล้าน

กรณีตำรวจบุกบางบอน จับสาวแสบ เอี่ยวมิจฉาชีพ แอบอ้างบริษัทดัง ใช้เฟซบุ๊กหลอกขายมือถือ เงินหมุนเวียน 15 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หรือ กองปราบ ร่วมกันจับกุม นางสาว ล อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.149/2569 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2569 ในความผิดฐาน

  • เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น

สามารถจับกุมได้ที่ บริเวณถนนในซอยแห่งหนึ่ง แยก 2 ซอย 5 ถนนบางบอน 3 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากว่า ถูกกลุ่มมิจฉาชีพ สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม โดยแอบอ้างชื่อบริษัทและห้างสรรพสินค้าชื่อดังต่างๆ เพื่อหลอกขายโทรศัพท์มือถือในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดมาก 

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส. ล กลับไม่ได้รับสินค้าและถูกบล็อกช่องทางการติดต่อทันที จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ากลุ่มคนร้ายมีการทำงานเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบ 

มีการจัดฉากใช้หน้าม้าเข้ามาคอมเมนต์รีวิวสินค้าภายใต้โพสต์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เหยื่อ ตรวจสอบพบว่าภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน บัญชีธนาคารของผู้ต้องหามียอดเงินหมุนเวียนสูงกว่า 15 ล้านบาท

โดยมีพฤติการณ์รับโอนเงินย่อยจากเหยื่อทั่วประเทศแล้วรีบผ่องถ่ายไปยังบัญชีแถวอื่นๆ อย่างรวดเร็วเป็นทอดๆ และมีการสั่งการธุรกรรมจากบริเวณแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน 

ซึ่งสอดคล้องกับพฤติการณ์ฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสืบสวนจนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด 

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจในการขอยืมใช้บัญชีธนาคารหรือหมายเลขโทรศัพท์ และเน้นย้ำว่าการเปิดบัญชีม้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยผึ้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้ยินยอมส่งมอบบัญชีและซิมการ์ดให้เพื่อนนำไปใช้ประกอบกิจการร้านขายลูกชิ้นเท่านั้น ไม่ทราบว่าจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ดำเนินการ

 

ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)