วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569

Login
Login

เผาป่าโทษหนัก! คุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน กรมอุทยานฯ สั่งปิดป่าทั่วประเทศ

เผาป่าโทษหนัก! คุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน กรมอุทยานฯ สั่งปิดป่าทั่วประเทศ

กรมอุทยานฯ สั่งปิดป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ! ลุยจับมือเผาป่าโทษหนักคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน ชี้ "ความผิดสำเร็จ" ทันทีที่จุดไฟ จับส่งฟ้องทุกรายไม่มีข้อยกเว้น!

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เอาจริง เดินหน้าจับกุมผู้ลักลอบเผาป่าดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ล่าสุดสั่งปิดป่าอนุรักษ์แล้วหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่ยอดจุดความร้อนทั่วประเทศสะสมพุ่งกว่า 5 หมื่นจุด สำหรับในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีจำนวน จุดความร้อน​ 13,294 จุด โดยเฉพาะภาคเหนือยังวิกฤตหนัก นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการเด็ดให้ดำเนินคดีผู้ที่กระทำผิดให้ถึงที่สุด พร้อมยกคดีตัวอย่างกรณีศาลจังหวัดแพร่สั่งจำคุกและปรับหนักกว่าแสนบาท แม้ไฟยังไม่ลุกลาม ชี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ "ความผิดสำเร็จแล้ว" ย้ำชัดจับได้ส่งฟ้องทันที ไม่มีข้อยกเว้น

วันนี้ (29 มี.ค. 69) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่าสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง แม้ข้อมูลสถิติจะสะท้อนว่าสถานการณ์ไฟป่าปี 2569 ในช่วงเวลาเดียวกันยังถือว่าน้อยกว่าช่วงวิกฤตของปี 2566 และ 2567 แต่พื้นที่ภาคเหนือยังคงเป็นจุดเปราะบางที่สุดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด ทางกรมฯ ได้ออกประกาศเตือนขั้นเด็ดขาด โดยตั้งแต่ต้นฤดูกาล (1 ตุลาคม 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2569) มีการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดฐานบุกรุกป่าและลักลอบเผาป่ารวม  269 คดี แยกเป็นความผิดฐานบุกรุกป่า 262 คดี และลักลอบเผาป่า 7 คดี ซึ่งล้วนเป็นคดีที่มีอัตราโทษที่รุนแรง 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมสถานการณ์ กรมอุทยานฯ ได้ประกาศปิดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีความเสี่ยงสูงหลายแห่งแล้ว หากพบผู้ฝ่าฝืนลักลอบเข้าไปจุดไฟเผาป่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมและส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีโดยไม่มีการผ่อนปรนใด ๆ ทั้งสิ้น

อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังได้ย้ำเตือนถึงบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรงสำหรับการลักลอบเผาป่า โดยระบุชัดเจนว่า การเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 - 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และตามมาตรา 99 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นอัตราโทษที่สูงมาก เพื่อให้ผู้กระทำผิดไม่กล้ากลับมากระทำซ้ำอีก

ขณะที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดต่อกรณีมีผู้ฝ่าฝืนทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องลักลอบเผาป่า โดยไม่ให้มีการผ่อนปรนหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ข้อสั่งการนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ตลอดจนคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจากปัญหาฝุ่นควันพิษ

จากข้อมูลภาพรวม จุดความร้อน (Hotspot) ทั้งประเทศ สะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน มียอดรวมทั้งหมดสูงถึง 57,143 จุด โดยกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ  เฉพาะสถานการณ์ ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 (รอบเช้า) พบจุดความร้อนรวมทั้งสิ้น 2,336 จุด โดยพบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากที่สุดถึง 1,368 จุด รองลงมาคือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 806 จุด และนอกพื้นที่ป่า 162 จุด เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือ ครองสัดส่วนจุดความร้อนมากที่สุดถึง 1,312 จุด ตามด้วยภาคกลางและตะวันออก 41 จุด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จุด โดย 5 อันดับจังหวัดที่มีจุดความร้อนสูงสุดในรอบเช้าวันนี้ ได้แก่ เชียงใหม่ 480 จุด แม่ฮ่องสอน 247 ลำปาง 104 จุด น่าน 97 จุด และพะเยา 85 จุด

เผาป่าโทษหนัก! คุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน กรมอุทยานฯ สั่งปิดป่าทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ต้องติดตามเป็นพิเศษเนื่องจากมีจุดความร้อนต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง โดยมียอดรวมสะสมสูงสุดระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ได้แก่ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา (272 จุด), เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำผาไท (247 จุด), เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน (189 จุด), อุทยานแห่งชาติแม่ปิง (179 จุด) และอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง (173 จุด)

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำคัญให้ประชาชนได้รับรู้ถึงบทลงโทษทางกฎหมายอย่างชัดเจน กรมอุทยานฯ ได้ยกตัวอย่างคดีลักลอบเผาป่าในพื้นที่จังหวัดแพร่ ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 เมื่อชายชาวตำบลต้าผามอก รายหนึ่ง ได้ลักลอบจุดไฟเผาป่าบริเวณพื้นที่หน้าอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง โชคดีที่เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนสังเกตเห็นเหตุการณ์ในขณะที่ไฟกำลังเริ่มลุกไหม้ จึงสามารถเข้าควบคุมเพลิงและติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดีสู่ชั้นศาลได้อย่างทันท่วงที และล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศาลจังหวัดแพร่ได้มีคำพิพากษาตัดสินคดีดังกล่าว โดยสั่งจำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน (โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี) และปรับเป็นเงินสูงถึง 143,000 บาท

ประเด็นสำคัญของคดีนี้คือ #แม้ไฟที่จุดจะยังไม่ลุกลามเป็นวงกว้างแต่ศาลได้ชี้ชัดว่า "#ความผิดสำเร็จแล้ว" #นับตั้งแต่มีการลงมือจุดไฟ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการเผาป่าไม่ใช่เรื่องเล็ก และกฎหมายพร้อมเอาผิดในทุกขั้นตอน

นี่คือคดีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปถึงผู้ที่ยังคิดจะลักลอบเผาป่าว่า "ห้ามลองแม้แต่นิดเดียว" เพราะบทลงโทษนั้นรุนแรงทั้งจำคุกและปรับเงินจำนวนมหาศาล

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด โดยจะไม่มีการละเว้นหรือมีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น สำหรับผู้ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติของชาติ การจับกุมและการดำเนินคดีจะเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการผ่อนปรน เพื่อให้เป็นการปกป้องป่าไม้และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างแท้จริง